ระบบก๊าซห้องคลอด มีอะไรบ้าง ? ตั้งแต่เตียงคลอดถึงจุดดูแลทารก

ห้องคลอดพร้อมเตียงคลอดและหัวจ่ายก๊าซทางการแพทย์บนผนัง

ประเด็นสำคัญ

  • ระบบก๊าซห้องคลอดต้องรองรับคน 2 คนในห้องเดียวกัน HTM 02-01 ของ NHS England จึงแยกหัวจ่ายในห้อง LDRP (ห้องที่รวมการรอคลอด คลอด และพักฟื้นไว้ในห้องเดียว) เป็นชุดของมารดากับชุดของทารก
  • ฝั่งมารดาใช้หัวจ่ายออกซิเจน 1 จุด ออกซิเจนผสมไนตรัสออกไซด์ (O₂/N₂O) 1 จุด สุญญากาศ 2 จุด และ AGSS 1 จุด สำหรับระบายก๊าซที่มารดาหายใจออก
  • ฝั่งทารกเตรียมจุดวางเปล 2 จุด แต่ละจุดมีออกซิเจน Medical Air และสุญญากาศอย่างละ 1 จุด Medical Air ใช้ผสมกับออกซิเจนผ่าน Air-Oxygen Blender เพราะแนวทางของ ILCOR ไม่แนะนำให้เริ่มช่วยหายใจทารกที่อายุครรภ์ 35 สัปดาห์ขึ้นไปด้วยออกซิเจน 100%
  • ห้อง LDRP ใช้ระบบจ่ายก๊าซวงจรเดียว ส่วนห้องผ่าตัดของหน่วยคลอดกับหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด (Neonatal Unit) ใช้ 2 วงจร และมีหัวจ่ายต่อเตียงมากกว่าห้องคลอด
  • หน่วยคลอดมีวาล์วควบคุมพื้นที่ (AVSU) ระดับแผนก 1 ชุด และ 1 ชุดต่อห้อง LDRP ไม่เกิน 6 ห้อง พร้อม Local Alarm ทุกพื้นที่

การวางแผนออกแบบและติดตั้ง ระบบก๊าซห้องคลอด (Labor and Delivery Unit Medical Gas System) เป็นงานสำหรับวิศวกรโรงพยาบาลและผู้บริหารที่กำลังสร้างหรือปรับปรุงหน่วยคลอด พื้นที่นี้ต้องดูแลมารดาที่กำลังคลอดบุตรกับทารกแรกเกิดไปพร้อมกัน ทั้งสองฝ่ายใช้ก๊าซและหัวจ่ายคนละชุด หากการจ่ายก๊าซขัดข้องในช่วงที่ทารกต้องการการช่วยหายใจ ผลกระทบจะเกิดกับทารกทันที

ทีมวิศวกรของ Two Brothers Medical มีประสบการณ์ในงานระบบก๊าซทางการแพทย์มากกว่า 15 ปี บทความนี้รวบรวมข้อกำหนดจาก HTM 02-01 Part A และ NFPA 99 ครอบคลุมตั้งแต่ห้องรอคลอด เตียงคลอด จุดดูแลทารก จนถึงการส่งต่อทารกไปหอผู้ป่วยวิกฤต (หลายโรงพยาบาลเรียกว่าระบบแก๊สทางการแพทย์)

พื้นที่ในหน่วยคลอดของโรงพยาบาลมีอะไรบ้าง ?

ห้องพักผู้ป่วยหลังคลอดที่มีหัวจ่ายก๊าซทางการแพทย์ประจำเตียง
ระบบก๊าซห้องคลอด มีอะไรบ้าง ? ตั้งแต่เตียงคลอดถึงจุดดูแลทารก 1

หน่วยคลอดของโรงพยาบาลแบ่งพื้นที่ตามขั้นตอนการดูแลมารดา ตั้งแต่เริ่มเจ็บครรภ์ คลอดบุตร จนถึงพักฟื้น การออกแบบระบบก๊าซห้องคลอดจึงเริ่มจากการกำหนดว่าโรงพยาบาลจะแยกพื้นที่เหล่านี้เป็นห้องของตัวเอง หรือรวมไว้ในห้องเดียวแบบ LDRP (Labour, Delivery, Recovery, Post-partum) ที่ HTM 02-01 ใช้เป็นแบบอ้างอิง

  • ห้องรอคลอด (Labor Room) รับมารดาเพื่อติดตามความก้าวหน้าของการคลอดและสัญญาณชีพ ใช้ออกซิเจนกับสุญญากาศเป็นหลัก
  • ห้องคลอดหรือห้อง LDRP พื้นที่ทำคลอด มีหัวจ่ายฝั่งมารดากับฝั่งทารกแยกกันในห้องเดียว และมีหัวจ่ายก๊าซผสมที่มารดาสูดเพื่อบรรเทาปวดระหว่างคลอด
  • จุดดูแลทารกแรกเกิด จุดตั้งเตียง Infant Radiant Warmer ที่ทีมกุมารแพทย์ใช้ประเมินคะแนน Apgar Score ดูแลทางเดินหายใจ และเริ่มช่วยหายใจทันทีหากทารกหายใจเองไม่ได้
  • ห้องผ่าตัดของหน่วยคลอดและหอผู้ป่วยหลังคลอด รองรับการผ่าตัดคลอดและการพักฟื้นของแม่กับลูกหลังคลอด HTM 02-01 แยกหัวจ่ายฝั่งมารดากับฝั่งทารกไว้ในพื้นที่เหล่านี้เช่นกัน

แต่ละพื้นที่ในหน่วยคลอดต้องใช้ก๊าซทางการแพทย์ชนิดไหนบ้าง ?

จำนวนหัวจ่าย (Medical Gas Outlets) ในตารางนี้มาจาก HTM 02-01 Part A ฉบับ ส.ค. 2026 ตาราง 1 หมวด Maternity department ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ใช้ตั้งต้นการออกแบบ ส่วนจำนวนจริงของแต่ละโครงการต้องกำหนดร่วมกับทีมแพทย์ของโรงพยาบาล ตัวย่อในตารางคือ MA4 หมายถึง Medical Air แรงดัน 400 kPa และ VAC หมายถึง Medical Vacuum

พื้นที่ในหน่วยคลอดO₂O₂/N₂OMA4VACAGSS
ห้อง LDRP ฝั่งมารดา11–21
ห้อง LDRP ฝั่งทารก (รวม 2 จุดวางเปล)2–22–
ห้องผ่าตัดของหน่วยคลอด ฝั่งมารดา42241
ห้องผ่าตัดของหน่วยคลอด ฝั่งทารก2–22–
ห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด ต่อเตียง2–22–
หอผู้ป่วยหลังคลอด ต่อเตียงมารดา1––1–
หอผู้ป่วยหลังคลอด ต่อเตียงทารก2–22–

ออกซิเจน O₂/N₂O และ MA4 มีแรงดันระบุ 400 kPa หรือ 4 bar ตาม HTM 02-01 ตาราง 2 ส่วนสุญญากาศต้องได้ไม่ต่ำกว่า 315.5 mmHg ที่หน้าหัวจ่ายขณะดูดที่ 40 L/min

ก๊าซทางการแพทย์และหัวจ่ายประจำห้องรอคลอด

HTM 02-01 ไม่มีแถวของห้องรอคลอดที่แยกจากห้องคลอด เพราะใช้ห้อง LDRP เป็นแบบ และระบุไว้ใต้ตาราง 1 ว่าพื้นที่ที่ไม่มีแถวตรงกันให้ใช้พื้นที่ที่ใช้งานใกล้เคียงเป็นแนวทาง โรงพยาบาลที่แยกห้องรอคลอดออกมาจึงใช้ชุดฝั่งมารดาเป็นฐานได้ คือออกซิเจน 1 จุดสำหรับต่อ Flowmeter กับ Nasal Cannula หรือหน้ากากออกซิเจน และสุญญากาศสำหรับดูดของเหลวเมื่อมารดาอาเจียน

ตาราง 1 ไม่ได้กำหนด Medical Air ที่ฝั่งมารดา ถ้าทีมแพทย์ต้องการพ่นยาขยายหลอดลมให้มารดาที่ห้องรอคลอด ให้กำหนดหัวจ่าย MA4 เพิ่มตั้งแต่ขั้นออกแบบ เพราะ HTM 02-01 ข้อ 4.78 ให้เลี่ยงการใช้ออกซิเจนขับเครื่องพ่นยาด้วยเหตุผลเรื่องความเสี่ยงไฟไหม้และค่าใช้จ่าย

ก๊าซทางการแพทย์และหัวจ่ายประจำเตียงคลอด

ฝั่งมารดาในห้อง LDRP ใช้หัวจ่ายออกซิเจน 1 จุด และสุญญากาศ 2 จุด สำหรับดูดสารคัดหลั่ง เลือด และน้ำคร่ำรอบเตียงคลอด ห้องที่มีอ่างคลอดน้ำ (Birthing Pool) HTM 02-01 ให้เพิ่มหัวจ่าย O₂/N₂O อีก 1 จุดไว้ใช้ที่อ่าง

ก๊าซบรรเทาปวดในห้องคลอดคือออกซิเจนผสมไนตรัสออกไซด์อย่างละ 50% (หลายโรงพยาบาลเรียกตามชื่อการค้าว่า Entonox) ไม่ใช่ไนตรัสออกไซด์ล้วน ห้อง LDRP ฝั่งมารดาจึงมีหัวจ่าย O₂/N₂O 1 จุด คู่กับหัวจ่าย AGSS 1 จุดสำหรับระบายก๊าซที่มารดาหายใจออก (NFPA 99 เรียกระบบนี้ว่า WAGD) หัวจ่าย O₂/N₂O ต้องปล่อยก๊าซได้ 275 L/min ในช่วงสั้นประมาณ 5 วินาที เพราะมารดาสูดก๊าซแรงในช่วงที่มดลูกบีบตัว ค่านี้มาจาก HTM 02-01 ข้อ 4.73 และตาราง 6

ก๊าซทางการแพทย์และหัวจ่ายบริเวณโต๊ะกู้ชีพทารกแรกเกิด

HTM 02-01 ข้อ 4.60 ให้ห้อง LDRP เตรียมจุดวางเปลทารก 2 จุด แต่ละจุดมีหัวจ่ายชุดของตัวเอง ในห้อง LDRP ทั้ง 2 จุดรวมกันมีออกซิเจน 2 จุด MA4 2 จุด และสุญญากาศ 2 จุด หรือจุดละ 1 หัวจ่ายต่อก๊าซ 1 ชนิด

Medical Air ที่จุดดูแลทารกใช้ผสมกับออกซิเจนผ่านเครื่องผสมก๊าซ (Air-Oxygen Blender) เพื่อให้ทีมแพทย์ปรับความเข้มข้นของออกซิเจนที่ให้ทารกได้ แนวทางของ ILCOR (International Liaison Committee on Resuscitation) แนะนำให้เริ่มช่วยหายใจทารกที่อายุครรภ์ 35 สัปดาห์ขึ้นไปด้วยออกซิเจน 21% และไม่แนะนำให้เริ่มด้วยออกซิเจน 100% จุดนี้จึงต้องมีทั้ง Medical Air และออกซิเจน ส่วนหัวจ่ายสุญญากาศต้องต่อผ่าน Vacuum Regulator ที่ตั้งแรงดูดต่ำได้ ค่าแรงดูดที่ใช้กับทารกกำหนดตามแนวทางของทีมกุมารแพทย์

ระบบก๊าซห้องคลอดต่างจากห้องผ่าตัดอย่างไร ?

ห้องคลอดกับห้องผ่าตัดของหน่วยคลอดต่างกันที่จำนวนหัวจ่ายฝั่งมารดา จำนวนวงจรจ่ายก๊าซ และอัตราการไหลที่ใช้ออกแบบ (Design Flow) เพราะห้องผ่าตัดต้องรองรับการดมยาสลบ ส่วนห้องคลอดใช้ก๊าซผสม O₂/N₂O บรรเทาปวดระหว่างคลอด ตารางนี้สรุปค่าจาก HTM 02-01 ตาราง 1 และตาราง 3

เรื่องที่ต่างกันห้อง LDRPห้องผ่าตัดของหน่วยคลอด
หัวจ่ายฝั่งมารดาO₂ 1, O₂/N₂O 1, VAC 2, AGSS 1O₂ 4, O₂/N₂O 2, MA4 2, VAC 4, AGSS 1
หัวจ่ายฝั่งทารกO₂ 2, MA4 2, VAC 2 (2 จุดวางเปล)O₂ 2, MA4 2, VAC 2
วงจรจ่ายก๊าซวงจรเดียว (Single)2 วงจร (Dual)
AVSU1 ชุดต่อห้อง LDRP ไม่เกิน 6 ห้อง2 ชุดต่อชุดห้องผ่าตัด
Design Flow ออกซิเจนต่อหัวจ่ายมารดา 10 L/min ทารก 10 L/minวิสัญญีแพทย์ 50 L/min กุมารแพทย์ 10 L/min

ระบบ 2 วงจรหมายถึงหัวจ่ายในพื้นที่เดียวกันรับก๊าซจากท่อ 2 ชุดที่แยกกัน เมื่อต้องปิดท่อชุดหนึ่ง หัวจ่ายอีกชุดยังจ่ายก๊าซได้ ห้องผ่าตัดของหน่วยคลอดออกแบบเป็นชุด (Suite) และ HTM 02-01 ข้อ 4.61 ให้ถือว่าออกซิเจนจะใช้ที่ห้องเตรียมดมยาหรือที่ห้องผ่าตัด ไม่ได้ใช้ 2 ห้องพร้อมกัน เรื่องที่ซ้ำกับห้องผ่าตัดทั่วไป เช่น Medical Pendant และระบบ AGSS อ่านต่อได้ในบทความระบบก๊าซห้องผ่าตัด

ระบบก๊าซ NICU PICU รองรับการส่งต่อทารกวิกฤตจากห้องคลอดอย่างไร ?

ห้องทารกแรกเกิดและห้อง NICU พร้อมหัวจ่ายออกซิเจน Medical Air และสุญญากาศที่จุดวางเปล
ระบบก๊าซห้องคลอด มีอะไรบ้าง ? ตั้งแต่เตียงคลอดถึงจุดดูแลทารก 2

เมื่อทารกแรกเกิดมีภาวะแทรกซ้อนหรือคลอดก่อนกำหนด ทีมแพทย์ต้องย้ายทารกจากห้องคลอดไปหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) หรือหอผู้ป่วยวิกฤตเด็ก (PICU) ระบบก๊าซ NICU PICU จึงต้องออกแบบให้รับทารกต่อจากห้องคลอดได้ทันที และมีหัวจ่ายต่อเตียงมากกว่าจุดดูแลทารกในห้องคลอด

ความต่อเนื่องของระบบก๊าซระหว่างเคลื่อนย้ายทารกวิกฤต

ระหว่างย้าย ทารกอยู่ในตู้อบเคลื่อนย้าย (Transport Incubator) ที่ใช้ก๊าซจากถังที่ติดไปกับตู้ เมื่อถึงเตียงใน NICU ทีมพยาบาลต้องย้ายสายก๊าซเข้าหัวจ่ายของระบบท่อได้ทันที ตำแหน่งหัวจ่ายจึงควรวางให้เข็นตู้มาจอดชิดหัวเตียงแล้วต่อสายได้โดยไม่ต้องเลื่อนอุปกรณ์อื่น

การวางผังให้ NICU อยู่ใกล้หน่วยคลอด อยู่ชั้นเดียวกัน หรือมีลิฟต์ที่ใช้ย้ายผู้ป่วยโดยเฉพาะ ช่วยลดเวลาที่ทารกต้องพึ่งก๊าซจากถังระหว่างทาง

ข้อกำหนดหัวจ่ายประจำเตียงใน NICU PICU

HTM 02-01 ตาราง 1 กำหนดหัวจ่ายของ Neonatal Unit ต่อเตียงทารก 1 เตียง คือออกซิเจน 4 จุด MA4 2 จุด และสุญญากาศ 4 จุด ใช้ระบบ 2 วงจร และ AVSU 2 ชุดต่อไม่เกิน 6 เตียง มากกว่าจุดดูแลทารกในห้องคลอดที่มีก๊าซละ 1 จุดต่อเปล ทารกใน NICU อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจกับเครื่องดูดเสมหะพร้อมกันเป็นเวลานาน

HTM 02-01 ข้อ 4.56 ถึง 4.58 ให้เผื่ออัตราการไหลสูงของเครื่องช่วยหายใจโหมด CPAP ที่ใช้ออกซิเจน ถ้ามีเตียงที่ใช้ CPAP พร้อมกันจำนวนมาก ให้พิจารณาขยายขนาดท่อหรือเดินท่อแยกจากแหล่งจ่าย ส่วน PICU ข้อ 4.62 ไม่ได้ให้ตัวเลขตายตัว เพราะอัตราการไหลขึ้นกับช่วงอายุของผู้ป่วยเด็กและอุปกรณ์ที่ใช้ ต้องหารือกับทีมแพทย์ก่อนกำหนด เรื่องหัวจ่ายและ Pendant ของห้องผู้ป่วยวิกฤตทั่วไปอ่านต่อได้ในบทความระบบก๊าซห้อง ICU

อุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัยของระบบก๊าซในหน่วยคลอดมีอะไรบ้าง ?

HTM 02-01 ตาราง 1 กำหนดวาล์วควบคุมพื้นที่ (AVSU หรือที่หลายโรงพยาบาลเรียกว่า Zone Valve Box) ของหน่วยคลอดไว้ 2 ระดับ คือ 1 ชุดสำหรับทั้งแผนก และชุดย่อยรายพื้นที่ ได้แก่ 1 ชุดต่อห้อง LDRP ไม่เกิน 6 ห้อง 2 ชุดต่อชุดห้องผ่าตัด และ 2 ชุดต่อ Neonatal Unit ไม่เกิน 6 เตียง ทุกพื้นที่มี Local Alarm แจ้งเตือนเมื่อแรงดันผิดปกติ การแบ่งแบบนี้ทำให้ทีมวิศวกรปิดก๊าซเพื่อซ่อมห้องคลอดบางห้องได้โดยไม่กระทบ NICU ส่วนวิธีทำงานของ Zone Valve Box กับ Area Alarm Panel และเกณฑ์แจ้งเตือนตาม NFPA 99 อ่านต่อได้ในบทความ Medical Gas Alarm คืออะไร

งานติดตั้งระบบก๊าซห้องคลอด ณ รพ.เจษฎา 2 มีรายละเอียดอย่างไร ?

ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลเจษฎา 2 ที่ติดตั้งหัวจ่ายก๊าซทางการแพทย์บนผนัง
ระบบก๊าซห้องคลอด มีอะไรบ้าง ? ตั้งแต่เตียงคลอดถึงจุดดูแลทารก 3

รพ.เจษฎา 2 เป็นโครงการที่ Two Brothers Medical ติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ครอบคลุมห้องผ่าตัด ห้องคลอด ห้องพักผู้ป่วย และห้องผู้ป่วยวิกฤต

โครงการที่มีห้องคลอดอยู่ร่วมกับห้องผ่าตัดและห้องผู้ป่วยวิกฤตในอาคารเดียวกันแบบนี้ งานออกแบบต้องรวม Design Flow ของทุกพื้นที่เข้าด้วยกันตั้งแต่ต้น และแบ่ง AVSU ให้ปิดก๊าซของหน่วยคลอดได้โดยไม่กระทบห้องผ่าตัดหรือห้องผู้ป่วยวิกฤต

สรุป

ระบบก๊าซห้องคลอดต้องวางให้รองรับมารดากับทารกพร้อมกัน ฝั่งมารดาใช้ออกซิเจน O₂/N₂O สุญญากาศ และ AGSS ส่วนฝั่งทารกต้องมี Medical Air คู่กับออกซิเจนทุกจุดวางเปล ห้องผ่าตัดของหน่วยคลอดและ NICU ใช้หัวจ่ายมากกว่าและจ่ายก๊าซ 2 วงจร ตัวเลขในบทความนี้มาจาก HTM 02-01 Part A ฉบับ ส.ค. 2026 ซึ่งใช้เป็นจุดตั้งต้นก่อนกำหนดจำนวนจริงร่วมกับทีมแพทย์ของโรงพยาบาล

ทีมวิศวกรของ Two Brothers Medical มีประสบการณ์ในงานระบบก๊าซทางการแพทย์มากกว่า 15 ปี ให้บริการออกแบบ ติดตั้ง และซ่อมบำรุงระบบก๊าซทางการแพทย์ พร้อมจำหน่ายอุปกรณ์ เช่น Medical Gas Outlet, Flowmeter และ Alarm Panel ติดต่อทีมวิศวกรของเราเพื่อขอคำปรึกษาได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับระบบก๊าซห้องคลอด

จุดดูแลทารกแรกเกิดในห้องคลอดจำเป็นต้องมี Medical Air หรือไม่ ?

จำเป็น HTM 02-01 ตาราง 1 กำหนดหัวจ่าย Medical Air แรงดัน 400 kPa ไว้ที่จุดวางเปลหรือเตียงทารกทุกพื้นที่ของหน่วยคลอดในตาราง ทีมแพทย์ใช้ Medical Air ผสมกับออกซิเจนผ่าน Air-Oxygen Blender เพื่อปรับความเข้มข้นของออกซิเจน เพราะแนวทางของ ILCOR แนะนำให้เริ่มช่วยหายใจทารกที่อายุครรภ์ 35 สัปดาห์ขึ้นไปด้วยออกซิเจน 21% ไม่ใช่ 100%

ห้องคลอดต้องใช้ระบบจ่ายก๊าซ 2 วงจรเหมือนห้องผ่าตัดหรือไม่ ?

ตัวอย่างใน HTM 02-01 ตาราง 1 ให้ห้อง LDRP ห้องพักฟื้น และหอผู้ป่วยหลังคลอดใช้วงจรเดียว ส่วนห้องผ่าตัดของหน่วยคลอดกับ Neonatal Unit ใช้ 2 วงจร โรงพยาบาลที่ประเมินแล้วว่าห้องคลอดต้องจ่ายก๊าซต่อเนื่องสูงกว่านี้ กำหนดเพิ่มได้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ

ห้องคลอดที่มีอ่างคลอดน้ำต้องเพิ่มหัวจ่ายอะไรบ้าง ?

HTM 02-01 ให้เพิ่มหัวจ่าย O₂/N₂O อีก 1 จุดสำหรับใช้ที่อ่างคลอดน้ำ (Birthing Pool) นอกเหนือจากชุดหัวจ่ายฝั่งมารดาที่เตียง ตำแหน่งต้องวางให้สายต่อถึงมารดาในอ่างได้โดยไม่ต้องลากสายข้ามพื้นที่ทำงานของทีมแพทย์

หัวจ่ายสุญญากาศสำหรับทารกแรกเกิดต้องใช้อุปกรณ์อะไรเพิ่ม ?

ต้องต่อผ่าน Vacuum Regulator ที่ตั้งแรงดูดต่ำได้ เพราะหัวจ่ายสุญญากาศของระบบท่อออกแบบให้ดูดได้ไม่ต่ำกว่า 315.5 mmHg ขณะดูดที่ 40 L/min ตาม HTM 02-01 ข้อ 4.46 ซึ่งเป็นแรงดูดสำหรับงานทั่วไปของโรงพยาบาล ค่าแรงดูดที่ใช้กับทารกให้ทีมกุมารแพทย์กำหนดตามแนวทางที่โรงพยาบาลใช้

ระบบก๊าซ NICU PICU แตกต่างจากจุดดูแลทารกในห้องคลอดอย่างไร ?

จุดดูแลทารกในห้องคลอดมีไว้ประเมินและช่วยหายใจทารกหลังคลอด มีออกซิเจน Medical Air และสุญญากาศอย่างละ 1 จุดต่อเปล ส่วน Neonatal Unit ตาม HTM 02-01 ตาราง 1 มีออกซิเจน 4 จุด Medical Air 2 จุด และสุญญากาศ 4 จุดต่อเตียง ใช้ระบบ 2 วงจร ส่วน PICU ต้องกำหนดร่วมกับทีมแพทย์ตามช่วงอายุผู้ป่วย

ระบบ O₂/N₂O ในหน่วยคลอดต้องตรวจรั่วอย่างไร ?

HTM 02-01 ข้อ 4.77 ให้ทดสอบแรงดันของระบบไนตรัสออกไซด์ทุกปี เพราะไนตรัสออกไซด์มีผลต่อภาวะโลกร้อนสูง แต่หน่วยคลอดหยุดใช้ก๊าซเพื่อทดสอบทั้งระบบได้ยาก จึงให้ตรวจรั่วอุปกรณ์ทีละชิ้นในระบบและบันทึกผลเป็นส่วนหนึ่งของแผนบำรุงรักษา งานนี้เป็นหน้าที่ของทีมวิศวกรหรือช่างที่ดูแลระบบ

สารบัญบทความ

ต้องการติดตั้งหรือออกแบบระบบก๊าซทางการแพทย์?

ปรึกษาทีมวิศวกรของ Two Brothers Medical ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย — ออกแบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาตามมาตรฐาน ISO 7396-1 และ NFPA 99