Key Takeaways
- ระบบก๊าซทางการแพทย์ (Medical Gas System / MGPS) คือระบบวิศวกรรมที่ผลิต จัดเก็บ และจ่ายก๊าซสำหรับการรักษาพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง
- ก๊าซทางการแพทย์ มีอะไรบ้าง? มี 5 ชนิดหลัก ได้แก่ ออกซิเจน อากาศทางการแพทย์ ไนตรัสออกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ และระบบสุญญากาศ
- องค์ประกอบของ medical gas system แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ แหล่งจ่ายก๊าซ, ระบบท่อ, อุปกรณ์ควบคุมและเตือน และจุดใช้งานปลายทาง
- ต้องออกแบบและติดตั้งตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 7396 หรือ NFPA 99 เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากร
ในโรงพยาบาลทุกแห่ง มีระบบหนึ่งที่ทำงานเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลังตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด และมีความสำคัญไม่น้อยกว่าแพทย์หรือพยาบาลแม้แต่น้อย นั่นคือ ระบบก๊าซทางการแพทย์ (Medical Gas System หรือ MGPS)
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโรงพยาบาลระบุไว้ชัดเจนว่า ระบบก๊าซทางการแพทย์เปรียบได้กับ “ยา” ที่ผู้ป่วยรับเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ หากจ่ายก๊าซผิดชนิด หรือระบบเกิดขัดข้อง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ทันที บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ medical gas system ตั้งแต่นิยาม ชนิดก๊าซ องค์ประกอบ ไปจนถึงมาตรฐานที่ใช้จริงในประเทศไทย
ระบบก๊าซทางการแพทย์ คืออะไร?

ระบบก๊าซทางการแพทย์ (Medical Gas System) หรือที่เรียกย่อว่า MGPS คือ ระบบวิศวกรรมสาธารณูปโภคที่ทำหน้าที่ ผลิต จัดเก็บ และจ่ายก๊าซหรือสุญญากาศ สำหรับใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยและขับเคลื่อนเครื่องมือแพทย์ภายในสถานพยาบาล
กองวิศวกรรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ก๊าซที่นำมาใช้จะถูกบรรจุไว้ในถัง (Container) หรือท่อบรรจุ (Cylinder) แล้วส่งผ่าน ระบบท่อก๊าซทางการแพทย์ (Medical Gas Piping System) ออกไปยังจุดใช้งานกับผู้ป่วยตามห้องต่าง ๆ ทั่วโรงพยาบาล
สิ่งที่ทำให้ Medical Gas System คือ ระบบที่แตกต่างจากท่อก๊าซทั่วไปอย่างสิ้นเชิง คือ มาตรฐานความบริสุทธิ์และความปลอดภัยที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากก๊าซเหล่านี้ถูกจัดประเภทเป็น “ยารักษาโรค” ชนิดหนึ่งตามกฎหมาย โดยเฉพาะออกซิเจนทางการแพทย์ที่ต้องมีความบริสุทธิ์ไม่ต่ำกว่า 99.5% ตามเภสัชตำรับของประเทศไทย
ก๊าซทางการแพทย์ มีอะไรบ้าง?

ก๊าซทางการแพทย์ แต่ละชนิดมีท่อจ่ายและสีเฉพาะตัว (Color Code) เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการใช้งาน ตามมาตรฐาน NFPA 99 แบ่งออกเป็น 5 ชนิดหลัก ดังนี้
ออกซิเจน (Oxygen — O₂)
สีของท่อจะใช้เป็นสีเขียว (มาตรฐาน NFPA ที่ใช้ในประเทศไทย) / สีขาว (ISO 7396) ออกซิเจนทางการแพทย์ คือ ก๊าซที่ใช้กันมากที่สุดใน medical gas system in hospital ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะขาดออกซิเจน ใช้ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ (Ventilator) และใช้ในการดมยาสลบ
ออกซิเจนไม่ติดไฟด้วยตัวเอง แต่ ช่วยส่งเสริมการติดไฟ (Combustion Supporter) อย่างรุนแรง เมื่อความเข้มข้นในอากาศเกิน 23% จะเพิ่มอัตราการเผาไหม้ของวัสดุต่าง ๆ ในบรรยากาศอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ห้ามใช้สารหล่อลื่น น้ำมัน หรือจาระบีกับอุปกรณ์ออกซิเจนทุกชนิดเด็ดขาด
อากาศทางการแพทย์ (Medical Air)
สีของท่อจะใช้เป็นสีเหลือง (มาตรฐาน NFPA ที่ใช้ในประเทศไทย) / สีขาว + แถบดำ (ISO 7396) โดยอากาศอัดที่ผ่านการกรองจนปราศจากน้ำมัน ความชื้น และสิ่งปนเปื้อน มีคุณสมบัติ ช่วยส่งเสริมการติดไฟ (C) และ แรงดันสูง (P) เช่นเดียวกับออกซิเจน ใช้สำหรับช่วยหายใจ ขับเคลื่อนเครื่องมือแพทย์ชนิดลม (Pneumatic Tools) และใช้ร่วมกับเครื่องดมยาสลบ ซึ่งจะจ่ายที่ความดัน 60 psig สำหรับการใช้ทางการแพทย์ และ 120 psig สำหรับเครื่องมือผ่าตัด (Instrument Air) ตามมาตรฐาน NFPA 99
ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide — N₂O)
สีของท่อจะใช้เป็นสีฟ้า (มาตรฐาน NFPA) / สีน้ำเงิน (ISO 7396) โดยไนตรัสออกไซด์หรือที่รู้จักกันในชื่อ ก๊าซหัวเราะ (Laughing Gas) ใช้เป็นยาระงับความรู้สึก (Anesthetic Agent) ขณะผ่าตัดและทำทันตกรรม ข้อควรระวังสำคัญ: N₂O มีอันตรายหลายด้าน ได้แก่ ช่วยส่งเสริมการติดไฟ (C), ทำให้หมดสติได้เมื่อสูดดม (A), แรงดันสูง (P) และ ผลกระทบจากอุณหภูมิ (Te) จึงต้องมีระบบกำจัดก๊าซส่วนเกิน (WAGD) คู่กันเสมอ
คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide — CO₂)
สีของท่อจะใช้เป็นสีเทา โดยคาร์บอนไดออกไซด์ใช้สำหรับการผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery) โดยอัด CO₂ เข้าช่องท้องเพื่อขยายพื้นที่ให้แพทย์มองเห็นอวัยวะภายในได้ชัดเจน CO₂ มีอันตรายจาก การช่วยให้ติดไฟ (C), ทำให้หมดสติ (A), แรงดันสูง (P) และ เป็นพิษเมื่อสูดดมในปริมาณมาก (T) ต้องใช้ข้อควรระวังเดียวกับออกซิเจนในแง่อุปกรณ์
ระบบสุญญากาศทางการแพทย์ (Medical Vacuum)
สีของท่อจะใช้เป็นสีดำ เป็นระบบที่มีแรงดันต่ำกว่าบรรยากาศใช้ดูดเลือด ของเหลว เสมหะ และสารคัดหลั่งออกจากร่างกายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย ความเสี่ยงหลักคือ การสัมผัสโดยตรงกับของเหลวชีวภาพและเชื้อโรค จึงต้องมีระบบ Filter ป้องกันที่จุดรวบรวม พบได้ทุกห้องผ่าตัด ห้อง ICU และหอผู้ป่วย
องค์ประกอบของ Medical Gas System มีอะไรบ้าง?

ระบบก๊าซทางการแพทย์ ไม่ใช่แค่ท่อและถังธรรมดา แต่ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ที่ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ตามโครงสร้าง MGS ของมาตรฐานสากล
ส่วนที่ 1 แหล่งจ่ายก๊าซ (Source & Storage System)
แหล่งจ่ายก๊าซ (Source & Storage System) คือจุดต้นทางสำหรับการผลิตหรือจัดเก็บก๊าซก่อนส่งเข้าสู่ระบบภายในโรงพยาบาล โดยอุปกรณ์หลักจะประกอบด้วย Liquid Oxygen Bulk Tank สำหรับเก็บออกซิเจนเหลวในปริมาณมาก, ระบบ Manifold สำหรับรวบรวมถังก๊าซและสลับการใช้งานอัตโนมัติ รวมถึง Oxygen Generator (PSA) ที่สามารถผลิตออกซิเจนจากอากาศได้โดยตรง เหมาะกับโรงพยาบาลที่ต้องการลดการพึ่งพาการขนส่งก๊าซจากภายนอก
นอกจากนี้ ยังมี Medical Air Compressor Plant สำหรับผลิตอากาศทางการแพทย์ที่ผ่านการกรองอย่างละเอียด และ Medical Vacuum Pump ที่ใช้สร้างแรงดูดสำหรับงานทางการแพทย์ ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Medical Gas System ที่ต้องออกแบบและดูแลตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ระบบสามารถจ่ายก๊าซได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยตลอดเวลา
ส่วนที่ 2 ระบบท่อส่งก๊าซ (Piping / Distribution System)
ท่อทองแดงเกรดพิเศษ (Medical Grade Copper Tube) ที่ผ่านกระบวนการ Nitrogen Purging ระหว่างการเชื่อม เพื่อป้องกันสิ่งสกปรก (ออกไซด์) สะสมภายในรอยเชื่อมและท่อ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนวิกฤตของการติดตั้ง ท่อแต่ละสาย ห้ามปะปนกัน และต้องติดป้ายสีพร้อมระบุชนิดก๊าซให้ชัดเจนตลอดเส้นทาง
ส่วนที่ 3 อุปกรณ์ควบคุมและสัญญาณเตือน (Monitoring & Control Equipment)
ส่วนของ Medical Gas System ทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ และแจ้งเตือนความผิดปกติของระบบแบบเรียลไทม์ โดยประกอบด้วย Zone Valve Box สำหรับปิด-เปิดก๊าซแยกตามโซน ช่วยให้สามารถซ่อมบำรุงเฉพาะพื้นที่ได้โดยไม่กระทบการใช้งานส่วนอื่นของโรงพยาบาล
ภายในระบบยังมี Area Alarm Panel ที่ใช้แจ้งเตือนเมื่อแรงดันก๊าซผิดปกติในแต่ละพื้นที่ เช่น ICU หรือห้องผ่าตัด รวมถึง Master Alarm Panel ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำหรับรวบรวมสัญญาณเตือนทั้งหมดของอาคาร เพื่อให้ทีมวิศวกรและบุคลากรสามารถตรวจสอบและตอบสนองต่อเหตุผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนที่ 4 จุดจ่ายก๊าซปลายทาง (Point of Use / Terminal Units)
หัวจ่ายก๊าซ (Outlet) ประจำเตียงผู้ป่วย ห้องผ่าตัด และ ICU ออกแบบตามระบบ Anti-Confuse หรือ DISS (Diameter Index Safety System) ซึ่งหัวต่อแต่ละชนิดก๊าซมีรูปร่างและขนาดเฉพาะ ไม่สามารถเสียบสลับผิดชนิดกันได้
จำนวนจุดใช้งาน (Outlet) ที่แนะนำต่อห้องแต่ละประเภท อ้างอิงจากมาตรฐาน NFPA 99 และแนวทางของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
| ประเภทห้อง | O₂ | Vac. | Air | N₂O | WAGD | CO₂ | Ins-Air |
| OPD | 1 | 1 | — | — | — | — | — |
| หอผู้ป่วยทั่วไป (Ward) | 1 | 1 | ต/ข | — | — | — | — |
| ICU | 2 | 2 | 2 | — | — | — | — |
| ห้องคลอด | 1 | 1 | 1 | — | — | — | — |
| ห้องดมยาสลบ | 2 | 2 | 1 | 1 | 1 | — | — |
| ห้องผ่าตัด (OR พื้นฐาน) | 2 | 4 | 2 | 1 | 1 | ต/ข | ต/ข |
| ห้องผ่าตัด (OR ขั้นสูง) | 2 | 6 | 2 | 2 | 2 | 1 | 1 |
| แผนกทันตกรรม | 1 | 1 | — | — | — | — | 1 |
หมายเหตุ: ต/ข = ติดตั้งตามความต้องการใช้งาน (Optional)
ทำไม Medical Gas System ถึงสำคัญมาก?
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการแพทย์จากงานประชุม HA National Forum ครั้งที่ 26 (มีนาคม 2569) ระบุว่า ระบบก๊าซทางการแพทย์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของโรงพยาบาล เปรียบได้กับระบบไฟฟ้าสำรอง หากเกิดความผิดพลาดจะส่งผลต่อการรักษาผู้ป่วยทันที โดยแบ่งความสำคัญออกเป็น 3 ด้านหลัก
ด้านผู้ป่วย (Patient Safety)
ผู้ป่วยในห้องผ่าตัดและ ICU พึ่งพา medical gas system in hospital ตลอดเวลา การขาดออกซิเจนเพียงไม่กี่นาทีอาจทำให้สมองขาดเลือดและเสียชีวิตได้ หากจ่ายก๊าซผิดชนิด เช่น ส่ง CO₂ แทนออกซิเจน ผลลัพธ์คือการเสียชีวิตทันที
ด้านบุคลากร (Staff Safety)
ระบบ WAGD ช่วยกำจัดก๊าซยาสลบส่วนเกินออกจากห้องผ่าตัด ป้องกันแพทย์และพยาบาลสูดดมสาร N₂O โดยไม่ตั้งใจในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบประสาทและภาวะเจริญพันธุ์
ด้านความเสี่ยงอัคคีภัย (Fire & Explosion)
ก๊าซในถัง Cylinder มีความดันสูงถึง 2,000 psig มีความเสี่ยงระเบิดสูงมากหากรั่วในพื้นที่ปิด นอกจากนี้เมื่อออกซิเจนในอากาศเพิ่มสูงกว่า 23% อัตราการเผาไหม้ของสารต่าง ๆ เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ที่ความเข้มข้น 50% จะเกิดการลุกไหม้ทันทีเมื่อมีประกายไฟ
มาตรฐาน Medical Gas System ที่ใช้ในโรงพยาบาลไทย

การออกแบบและติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ในประเทศไทยอ้างอิงมาตรฐานสากล 2 ชุดหลัก ได้แก่
- NFPA 99 (National Fire Protection Association): NFPA 99 เป็นมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา เน้นด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยและความดันก๊าซ ใช้กันแพร่หลายในโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไทย
- ISO 7396-1: มาตรฐานสากลสำหรับระบบท่อก๊าซทางการแพทย์ในสถานพยาบาล ใช้อ้างอิงในงานออกแบบและตรวจรับงาน
มาตรฐานการรับรองโรงพยาบาล ที่กำหนดข้อบังคับสำหรับ MGPS
- JCIA (Joint Commission International): หมวด FMS.7 (Fire Safety) และ FMS.9 (Utility Systems)
- HA Thailand (Hospital Accreditation): หมวด ENV.2 ด้านระบบสาธารณูปโภค
การทดสอบก่อนเปิดใช้งานกับผู้ป่วย (Commissioning Testing)
ก่อนส่งมอบ medical gas system ให้โรงพยาบาลใช้งานกับผู้ป่วยจริง ต้องผ่านการทดสอบครบ 7 ขั้นตอน ตามมาตรฐาน ได้แก่
- ตรวจสอบ Cross Connection ยืนยันว่าไม่มีการต่อท่อสลับชนิดก๊าซ
- ทดสอบความดันขณะใช้งาน วัดแรงดัน ณ จุดจ่ายทุกจุด
- ทดสอบสิ่งสกปรกภายในเส้นท่อ ตรวจสอบน้ำมัน ฝุ่น และความชื้น
- ทดสอบชุด Alarm จำลองแรงดันผิดปกติเพื่อยืนยันการทำงานของสัญญาณเตือน
- ทดสอบชุดวาล์วควบคุม ตรวจสอบการปิด-เปิดของ Zone Valve ทุกจุด
- ทดสอบความบริสุทธิ์ของก๊าซ (Gas Purity) ใช้ Gas Analyzer ยืนยันชนิดและความเข้มข้น
- ทดสอบ Anti-Confuse ยืนยันว่าหัวต่อแต่ละชนิดไม่สามารถเสียบสลับผิดชนิดกันได้
ใครควรดูแลและบำรุงรักษา Medical Gas System?

การดูแลและบำรุงรักษา Medical Gas System ควรดำเนินการโดยผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น เพราะระบบนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ป่วยและการทำงานของทีมแพทย์ โดยทั่วไปจะมีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกัน ตั้งแต่ผู้บริหารโรงพยาบาลที่ดูแลด้านนโยบายและงบประมาณ วิศวกรหรือ Medical Gas Technician ที่รับผิดชอบการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบประจำวัน ไปจนถึงแพทย์และพยาบาลที่ต้องเข้าใจการใช้งาน รวมถึงวิธีรับมือกรณีฉุกเฉิน
นอกจากนี้ หากมีการติดตั้งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติม ก็ควรใช้ผู้รับเหมาที่มีใบรับรองและมีประสบการณ์ด้าน Medical Gas System โดยตรง ส่วนในด้านการบำรุงรักษา ระบบควรได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเช็กแรงดันก๊าซที่จุดใช้งานทุกวัน ทดสอบระบบ Automatic Switching และระบบ Alarm เป็นประจำ รวมถึงตรวจหารอยรั่วด้วยเครื่องมือเฉพาะทางตามแผนที่กำหนดไว้ และควรมีการซ้อมแผนฉุกเฉินร่วมกับทีมแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
สินค้าและบริการระบบก๊าซทางการแพทย์จาก Two Brothers Medical Gas

บริษัท ทูบราเทอร์ส เมดิคอลแก๊ส จำกัด ให้บริการครบวงจรด้าน ระบบก๊าซทางการแพทย์ ด้วยทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์ตรงในสนามกว่า 15 ปี ดูแลโรงพยาบาลและคลินิกทั่วประเทศไทย เราให้คำปรึกษาและออกแบบระบบ ทีมวิศวกรของเราวิเคราะห์ความต้องการและออกแบบ medical gas system ให้เหมาะสมกับประเภทและขนาดของสถานพยาบาลตั้งแต่ต้น ตามมาตรฐาน ISO 7396 และ NFPA 99 พร้อมติดตั้งระบบท่อก๊าซทางการแพทย์ ดำเนินการโดยช่างที่ผ่านการอบรม Medical Gas โดยเฉพาะ ครอบคลุมตั้งแต่การวางท่อ Nitrogen Purging ไปจนถึงการทดสอบก่อนส่งมอบ
นอกจากนี้ยังมีสินค้าอุปกรณ์ MGPS คุณภาพสูง จำหน่ายอุปกรณ์ครบชุดสำหรับ Medical Gas Systems ดูแลซ่อมบำรุงรักษาหลังการขาย ให้บริการตรวจสอบ บำรุงรักษา และซ่อมแซม ระบบก๊าซทางการแพทย์ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการอย่างรวดเร็ว
สรุป
ระบบก๊าซทางการแพทย์ (medical gas systems) คือ โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับชีวิตผู้ป่วยทุกวันใน medical gas system in hospital ตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลบำรุงรักษา ล้วนต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและประสบการณ์จริงในสนาม
หากโรงพยาบาลหรือคลินิกของคุณกำลังพิจารณาติดตั้งหรือปรับปรุง MGPS ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีผลงานอ้างอิงชัดเจน ผ่านมาตรฐาน ISO หรือ NFPA และมีทีมวิศวกรที่พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบจนถึงหลังการติดตั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ระบบก๊าซทางการแพทย์ต่างจากก๊าซ LPG ทั่วไปอย่างไร?
ระบบก๊าซทางการแพทย์ (MGPS) ถูกจัดประเภทเป็น “ยารักษาโรค” ตามกฎหมาย ต้องผ่านการควบคุมความบริสุทธิ์ (เช่น ออกซิเจนต้องบริสุทธิ์ ≥ 99.5% ตามเภสัชตำรับ) มีระบบท่อแยกเฉพาะต่อชนิดก๊าซ ติดตั้ง Anti-Confuse ที่จุดจ่าย และต้องผ่านมาตรฐาน ISO 7396 หรือ NFPA 99 ก่อนใช้งาน ในขณะที่ก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิงทั่วไปที่ไม่มีข้อกำหนดด้านความบริสุทธิ์ทางการแพทย์
คลินิกขนาดเล็กจำเป็นต้องมี Medical Gas System หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับประเภทบริการ หากคลินิกให้บริการดมยาสลบ ผ่าตัด หรือมีเครื่องช่วยหายใจ จำเป็นต้องมีระบบก๊าซทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน แม้จะเป็นระบบขนาดเล็กแบบ Manifold ก็ตาม คลินิกทั่วไปที่ไม่มีหัตถการรุกล้ำอาจใช้ถังออกซิเจนแบบพกพาได้ แต่ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้าน MGPS ก่อนเสมอ
ระบบก๊าซทางการแพทย์ต้องตรวจสอบบ่อยแค่ไหน?
การตรวจสอบมี 3 ระดับ ได้แก่ ตรวจทุกวัน (แรงดันก๊าซ ณ จุดใช้งาน), ตรวจทุกเดือน (ระบบ Automatic Switching, สัญญาณ Alarm ทุกจุด) และ ตรวจตามแผนระยะยาว (Gas Purity ด้วย Gas Analyzer, การรั่วซึมของท่อ, และการซ้อมแผนฉุกเฉินร่วมกับทีมแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง)
หากสัญญาณ Alarm ดังขึ้นในโรงพยาบาลควรทำอย่างไร?
ขั้นแรกให้ อ่านค่าแรงดันที่ Area Alarm Panel เพื่อระบุว่าก๊าซชนิดใดผิดปกติและผิดปกติในโซนใด จากนั้นแจ้งทีมวิศวกรหรือผู้ดูแลระบบทันที หากเป็นเหตุเพลิงไหม้ให้ ปิด Zone Valve ทุกชนิดก๊าซ ในพื้นที่นั้นก่อน หากไฟฟ้าดับ ระบบจ่ายก๊าซจะยังทำงานต่อได้จากถังสำรอง และเครื่อง Medical Air/Vacuum Plant จะ Shutdown อัตโนมัติและเริ่มใหม่เมื่อ Generator จ่ายไฟภายใน 8–15 วินาที
บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง
- Medical Gas Pipeline System คืออะไร? ส่วนประกอบ และประโยชน์ สำหรับโรงพยาบาล
- อุปกรณ์ระบบก๊าซทางการแพทย์ มีอะไรบ้าง? และสำคัญอย่างไรกับโรงพยาบาล
- ดูสินค้าระบบก๊าซทางการแพทย์ทั้งหมด
สนใจติดตั้งหรือปรึกษาระบบก๊าซทางการแพทย์? ติดต่อทีมงาน Two Brothers Medical เพื่อขอคำปรึกษาและใบเสนอราคา


