ประเด็นสำคัญ
- Medical Gas Alarm คือระบบสัญญาณเตือนภัยที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังระดับความดันและสถานะการจ่ายก๊าซทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมส่งสัญญาณเตือนเมื่อแรงดันในท่อเพิ่มขึ้นหรือลดลง 20% จากแรงดันใช้งานปกติตามมาตรฐาน NFPA 99
- Master Alarm Panel ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากแหล่งกำเนิดก๊าซส่วนกลาง ขณะที่ Area Alarm ทำหน้าที่เฝ้าระวังความดันเฉพาะแผนกการรักษา ณ เคาน์เตอร์พยาบาล
- Zone Valve Box คือกล่องวาล์วควบคุมและตัดตอนการจ่ายก๊าซรายพื้นที่ ที่ติดตั้งทำงานร่วมกับเซนเซอร์ของ Area Alarm เพื่อแยกตัดระบบในภาวะฉุกเฉินโดยไม่กระทบต่อผู้ป่วยในส่วนอื่นของโรงพยาบาล
- เมื่อสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น เจ้าหน้าที่ประจำแผนกต้องตรวจสอบค่าบนหน้าปัด แจ้งทีมวิศวกรรมอาคาร และประสานงานเตรียมแหล่งจ่ายก๊าซสำรองสำหรับผู้ป่วยทันที
ความปลอดภัยในการจ่ายก๊าซช่วยชีวิตในโรงพยาบาลขึ้นอยู่กับความเสถียรของระดับความดันในเส้นท่อ หากเกิดเหตุการณ์ความดันตกเฉียบพลันหรือก๊าซรั่วไหลในพื้นที่วิกฤต เช่น ห้องผ่าตัด หรือห้องผู้ป่วยหนัก ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้ป่วยที่กำลังใช้เครื่องช่วยหายใจ การทำความเข้าใจว่า Medical Gas Alarm คืออะไร นับเป็นพื้นฐานที่บุคลากรทางการแพทย์และทีมช่างอาคารต้องทราบเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ไม่อาจยอมรับได้
Two Brothers Medical รวบรวมข้อมูลทางวิศวกรรมเกี่ยวกับระบบสัญญาณเตือนภัยและวาล์วควบคุมของระบบก๊าซทางการแพทย์ (หลายโรงพยาบาลเรียกว่าระบบแก๊สทางการแพทย์) เพื่ออธิบายหลักการทำงานร่วมกัน การจัดวางตำแหน่งตามมาตรฐาน NFPA 99 ตลอดจนแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินสำหรับโรงพยาบาล
Medical Gas Alarm คืออะไร ?

“Medical Gas Alarm คืออะไร” สามารถอธิบายเชิงวิศวกรรมได้ว่า เป็นระบบสัญญาณเตือนภัยที่ตรวจวัดระดับความดันและสถานะการจ่ายก๊าซทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังแรงดันผิดปกติในท่อช่วยชีวิต อุปกรณ์ชุดนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการตรวจจับความเสี่ยง เมื่อพบความผิดปกติ แผงควบคุมจะส่งสัญญาณไฟกะพริบสีแดงและเสียงเตือนต่อเนื่อง ให้บุคลากรเข้าแก้ไขได้ทันท่วงที คุณสมบัติเด่นของแผงสัญญาณเตือนรุ่นจอดิจิทัล เช่น รุ่น AM-AR2 มีดังนี้
- รองรับก๊าซสูงสุด 7 ชนิดต่อแผง แสดงสถานะของก๊าซแต่ละชนิดเป็น NORMAL สีเขียว หรือ HIGH และ LOW สีแดง
- แสดงผลตัวเลขดิจิทัล ช่วงวัดแรงดัน 0.1 MPa ถึง 1.6 MPa บนจอ LCD ที่อ่านค่าได้ชัด
- ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Pre-Alarm) เมื่อใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ของผู้ผลิต แผงจะแจ้งเตือนก่อนเกิดความผิดปกติ ช่วยให้ทีมช่างเข้าแก้ไขได้ก่อน
- เชื่อมต่อสัญญาณระยะไกล รับค่าแรงดันแบบ 4-20 mA จากจุดวัดที่อยู่ห่างได้ถึง 1,000 เมตร เชื่อมต่อ Ethernet และเก็บประวัติค่าแรงดันย้อนหลัง
Medical Gas Alarm แจ้งเตือนเรื่องอะไรบ้าง ?
ระบบ Medical Gas Alarm ทำหน้าที่เฝ้าระวังพารามิเตอร์หลัก 2 ด้าน คือ สภาวะความดันในเส้นท่อส่งก๊าซ และความพร้อมในการทำงานของอุปกรณ์ต้นกำเนิดก๊าซ การตรวจสอบครอบคลุมทั้งก๊าซแรงดันบวกและระบบดูดสุญญากาศทางการแพทย์
สัญญาณเตือนจะถูกสั่งการให้ทำงานเมื่อค่าทางกายภาพในระบบเบี่ยงเบนออกไปจากขอบเขตความปลอดภัย ครอบคลุมทั้งการเฝ้าระวังระดับแรงดันและสถานะความพร้อมของอุปกรณ์
เกณฑ์การแจ้งเตือนระดับแรงดันก๊าซเบี่ยงเบนตามมาตรฐาน NFPA 99
มาตรฐาน NFPA 99 (Health Care Facilities Code) กำหนดให้ทั้ง Master Alarm และ Area Alarm ส่งสัญญาณเตือนเมื่อแรงดันในท่อส่งก๊าซเพิ่มขึ้นหรือลดลง 20% จากแรงดันใช้งานปกติ (Normal Operating Pressure) เช่น ท่อออกซิเจนที่ตั้งแรงดันใช้งานไว้ 50 psi (NFPA 99 กำหนดแรงดันสถิตที่หัวจ่ายออกซิเจนไว้ 50 ถึง 55 psi) สัญญาณเตือนจะทำงานเมื่อแรงดันลดลงถึง 40 psi หรือเพิ่มขึ้นถึง 60 psi
สำหรับระบบสุญญากาศทางการแพทย์ (Medical Vacuum) มาตรฐาน NFPA 99 กำหนดให้ระบบส่งสัญญาณเตือนเมื่อระดับสุญญากาศลดลงถึงหรือต่ำกว่า 300 mmHgV (12 in. HgV) เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ดูดเสมหะและเครื่องมือผ่าตัดสูญเสียแรงดูดในขณะที่แพทย์กำลังทำหัตถการ
เกณฑ์การแจ้งเตือนสถานะความผิดปกติของแหล่งจ่ายก๊าซส่วนกลาง
นอกจากการตรวจวัดแรงดันในท่อแล้ว ระบบเตือนภัยยังตรวจติดตามสถานะของแหล่งกำเนิดก๊าซส่วนกลาง เช่น ชุดท่อร่วมก๊าซออกซิเจน (Oxygen Manifold) เครื่องอัดอากาศทางการแพทย์ (Medical Air Compressor) และเครื่องสูบสุญญากาศ (Medical Vacuum Pump) สัญญาณเตือนจะทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์แหล่งจ่ายก๊าซหลักหมดและระบบต้องสลับไปใช้แหล่งจ่ายสำรอง
ที่ห้องเครื่องของเครื่องอัดอากาศและปั๊มสุญญากาศ NFPA 99 กำหนดให้มี Local Alarm เฝ้าระวังเพิ่มเติม เช่น จุดน้ำค้าง (Dew Point) ของอากาศทางการแพทย์สูงเกิน +2°C ระดับคาร์บอนมอนอกไซด์ถึง 10 ppm อุณหภูมิลมขาออกของเครื่องอัดอากาศสูง และกำลังสำรองของเครื่องเหลือไม่พอหากเครื่องหนึ่งหยุดทำงาน เมื่อ Local Alarm ข้อไหนทำงาน Master Alarm จะแสดงสัญญาณว่าอุปกรณ์ต้นทางที่จุดนั้นมีปัญหา ทำให้ทีมช่างซ่อมบำรุงเข้าไปสับเปลี่ยนถังก๊าซหรือซ่อมแซมเครื่องจักรได้ก่อนที่ระบบส่งจ่ายก๊าซหลักจะหยุดชะงัก
Master Alarm กับ Area Alarm ต่างกันตรงไหน ?
แผงสัญญาณเตือนภัยในโรงพยาบาลแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักตามบทบาทหน้าที่ ได้แก่ Master Alarm Panel สำหรับการเฝ้าระวังระบบส่วนกลาง และ Area Alarm Panel สำหรับการเฝ้าระวังระดับแผนกการรักษาเฉพาะจุด อุปกรณ์ทั้งสองทำงานเสริมกันเพื่อสร้างเครือข่ายความปลอดภัยที่รัดกุม ความแตกต่างระหว่าง Master Alarm Panel กับ Area Alarm มีรายละเอียดดังนี้
| การเปรียบเทียบ | Master Alarm Panel | Area Alarm Panel |
|---|---|---|
| ขอบเขตพื้นที่เฝ้าระวัง | ระบบผลิตส่วนกลางและท่อส่งประธานทั้งอาคาร | เฉพาะแผนกการรักษาหรือโซนผู้ป่วยเฉพาะจุด |
| ตำแหน่งการตรวจวัด | Manifold, Air Compressor, Vacuum, Bulk Tank และท่อประธาน | แรงดันในท่อของพื้นที่ที่เฝ้าระวัง ตำแหน่งเซนเซอร์เมื่อเปรียบเทียบกับ Zone Valve Box ดูหัวข้อด้านล่าง |
| กลุ่มผู้ใช้งานหลัก | ทีมวิศวกรโรงพยาบาล ช่างเทคนิคอาคาร | พยาบาลประจำวอร์ด แพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัด |
| การตอบสนองเมื่อเตือน | ตรวจสอบห้องเครื่องจักร สับเปลี่ยนแหล่งจ่าย | ตรวจสอบผู้ป่วย จัดหาถังก๊าซเคลื่อนที่สำรอง |
| การสื่อสารข้อมูล | รับสัญญาณจาก Area Alarm และอุปกรณ์ต้นกำเนิดก๊าซ | ตรวจวัดแรงดันเฉพาะจุดและส่งสัญญาณเตือนในพื้นที่ |
Medical Gas Master Alarm Panel ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวมข้อมูลก๊าซทางการแพทย์ของอาคาร ตัวอย่างเช่นรุ่นที่ Two Brothers Medical จำหน่าย เฝ้าระวัง Area Alarm ได้สูงสุด 20 ชุดและอุปกรณ์ต้นกำเนิดก๊าซ 6 ชุด ผ่านระบบสื่อสาร RS-485 จากระยะไกลถึง 1,500 เมตร ขณะที่ Area Alarm ทำหน้าที่เฝ้าระวังแรงดันปลายทางในจุดที่จ่ายก๊าซเข้าสู่เตียงผู้ป่วย หากเกิดเหตุท่อรั่วหรือวาล์วปิดในพื้นที่เฉพาะจุด Area Alarm ประจำชั้นจะส่งเสียงเตือนทันทีเพื่อให้บุคลากรเข้าดูแลผู้ป่วยได้ทันการณ์
แผงสัญญาณเตือนก๊าซทางการแพทย์ต้องติดตั้งที่จุดไหนของอาคาร ?
ตำแหน่งติดตั้งแผง Alarm เป็นปัจจัยกำหนดความทันท่วงทีในการเข้าระงับเหตุฉุกเฉิน หากติดตั้งในจุดที่ไม่มีผู้พบเห็น การเตือนภัยย่อมไร้ประโยชน์ มาตรฐาน NFPA 99 จึงกำหนดตำแหน่งติดตั้งของแผงเตือนภัยไว้เฉพาะเจาะจง การจัดวางแผงเตือนภัยทั้งสองชนิดต้องสอดคล้องกับโครงสร้างอาคารและระเบียบการจัดเวรของบุคลากรโรงพยาบาล
จุดติดตั้ง Master Alarm Panel ตามมาตรฐาน NFPA 99
มาตรฐาน NFPA 99 กำหนดให้ระบบ Master Alarm มีแผงอย่างน้อย 2 แผง ติดตั้งแยกกันอย่างน้อย 2 จุด เพื่อป้องกันความเสี่ยงกรณีที่จุดแรกไม่มีผู้ปฏิบัติงาน
จุดติดตั้งแรกคือสำนักงานหรือพื้นที่ทำงานของผู้รับผิดชอบดูแลระบบท่อก๊าซทางการแพทย์ของโรงพยาบาล เช่น ห้องควบคุมระบบวิศวกรรมอาคาร ที่มีบุคลากรผู้เข้าใจระบบเครื่องจักรพร้อมออกไปแก้ไขปัญหา ส่วนจุดติดตั้งที่สองต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีคนเฝ้าตลอดเวลาที่โรงพยาบาลเปิดทำการ เช่น ห้องรักษาความปลอดภัย (Security Office) หรือศูนย์รับโทรศัพท์ของโรงพยาบาล
จุดติดตั้ง Area Alarm Panel ประจำแต่ละแผนกการรักษา
NFPA 99 กำหนดให้ติดตั้ง Area Alarm Panel เฝ้าระวังระบบก๊าซที่จ่ายให้ 2 กลุ่มพื้นที่ คือพื้นที่ที่ให้ยาระงับความรู้สึกระดับปานกลาง ระดับลึก หรือยาสลบทั้งตัว เช่น ห้องผ่าตัด (Operating Room) และพื้นที่ Category 1 ที่โรงพยาบาลจัดจากการประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วย เช่น ห้องผู้ป่วยหนัก (ICU)
ตำแหน่งติดตั้งตาม NFPA 99 คือบริเวณเคาน์เตอร์พยาบาล (Nurse Station) หรือจุดที่มีคนเฝ้าดูได้ในลักษณะเดียวกัน ติดตั้งบนผนังในระดับที่มองเห็นหน้าจอและสัญญาณไฟเตือนได้สะดวกจากโต๊ะทำงานของพยาบาล ส่วนเสียงเตือน NFPA 99 กำหนดให้ดังอย่างน้อย 80 dBA ที่ระยะ 0.92 เมตร และต้องกดปิดเสียงได้
Zone Valve Box คืออะไร ?
Zone Valve Box คือกล่องวาล์วควบคุมและตัดตอนก๊าซทางการแพทย์ (Medical Gas) รายพื้นที่ ติดตั้งคั่นระหว่างท่อประธานกับท่อแยกเข้าแผนก ทำหน้าที่แบ่งระบบท่อเป็นโซนอิสระ ช่วยควบคุมการเปิดปิดก๊าซเฉพาะจุดได้ปลอดภัย เมื่อเกิดเพลิงไหม้หรือซ่อมบำรุง เจ้าหน้าที่สามารถตัดก๊าซเฉพาะโซนได้ทันทีโดยไม่กระทบต่อผู้ป่วยส่วนอื่น คุณสมบัติทางวิศวกรรมของ Zone Valve Box มีจุดเด่นดังนี้
- รองรับ 1 ถึง 6 วาล์วต่อกล่อง รองรับขนาดท่อ 1/2 ถึง 2-1/2 นิ้ว
- บอลวาล์วทองเหลืองแบบ 3 ชิ้น (3-Piece Ball Valve) ผ่านการทำความสะอาดสำหรับออกซิเจน (Oxygen Cleaned) และทดสอบการรั่วของก๊าซทุกตัว
- กล่องทำจากแผ่นเหล็กรีดเย็น ฝาหน้าโปร่งใสมองเห็นเกจได้โดยไม่ต้องเปิดกล่อง พร้อมห่วงดึงเปิดเมื่อต้องปิดวาล์วในภาวะฉุกเฉิน
- เกจวัดแรงดันสเตนเลส ติดตั้งเกจแยกตามชนิดก๊าซ พร้อมแถบสีและชื่อก๊าซตามมาตรฐาน NFPA 99 หรือ ISO
Zone Valve Box ทำงานคู่กับ Alarm อย่างไร ?

การทำงานของ Zone Valve Box จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับระบบ Alarm ประจำพื้นที่อย่างเป็นระบบ การติดตั้งท่อส่งก๊าซและสายสัญญาณจะต้องมีตำแหน่งสัมพันธ์กันตามหลักวิศวกรรมความปลอดภัย การประสานการทำงานของอุปกรณ์ทั้งสองส่วนช่วยให้การแจ้งเตือนและการระงับเหตุฉุกเฉินดำเนินไปได้ถูกต้องและแม่นยำ
ตำแหน่งการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับแรงดันร่วมกับ Zone Valve Box
เกณฑ์มาตรฐาน NFPA 99 กำหนดว่า สำหรับพื้นที่ Category 1 เช่น ICU เซนเซอร์ตรวจวัดแรงดันหรือทรานสดิวเซอร์ของ Area Alarm ต้องติดตั้งอยู่ทางด้านผู้ป่วย (Patient หรือ Use Side) ของ Zone Valve Box แต่ละกล่อง ส่วนห้องผ่าตัดและพื้นที่ที่ให้ยาระงับความรู้สึก ติดตั้งได้ทั้งด้านต้นทาง (Source Side) ของ Zone Valve Box ประจำห้องหรือด้านผู้ป่วย
เหตุผลทางวิศวกรรมคือ เมื่อเซนเซอร์อยู่ด้านปลายทางของวาล์ว หากมีวาล์วตัวไหนถูกปิดลงพลั้งเผลอหรือเกิดการอุดตันในเส้นท่อ เซนเซอร์จะตรวจพบแรงดันตกและส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยัง Area Alarm ทันที ทำให้พยาบาลทราบว่าไม่มีก๊าซส่งไปถึงเตียงผู้ป่วย หากติดตั้งเซนเซอร์ไว้ทางด้านต้นทางของวาล์ว ระบบจะไม่เตือนเมื่อวาล์วนี้ถูกปิด
ขั้นตอนการตัดตอนก๊าซเฉพาะจุดเพื่อระงับเหตุฉุกเฉิน
เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือเกิดท่อก๊าซฉีกขาดในหอผู้ป่วย การตัดก๊าซเฉพาะจุดต้องทำตามแผนฉุกเฉินของโรงพยาบาล และทำได้เฉพาะผู้ที่ได้รับมอบหมาย แนวทางทั่วไปมีดังนี้
- สังเกตสัญญาณเตือนจาก Area Alarm ที่ส่งเสียงเตือนความดันผิดปกติเพื่อระบุโซนที่เกิดปัญหา
- ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์จริงในพื้นที่เกิดเหตุ และประสานทีมแพทย์ของโซนนั้นก่อนตัดสินใจตัดก๊าซ
- ดึงห่วงเปิดฝาของกล่อง Zone Valve Box ในจุดเกิดเหตุ
- หมุนปิดบอลวาล์วของก๊าซที่ช่วยให้ไฟลุกไหม้ได้ดีขึ้น ได้แก่ ออกซิเจนและไนตรัสออกไซด์ เพื่อป้องกันการลุกลามของเปลวไฟ
เมื่อ Alarm ระบบก๊าซแจ้งเตือนผิดปกติ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ?
เมื่อแผง Alarm ส่งเสียงเตือนภัยขึ้นในหอผู้ป่วย บ่งชี้ว่าระดับความดันหรือการจ่ายก๊าซกำลังเบี่ยงเบนจากเกณฑ์มาตรฐาน ต้นตอของความผิดปกติในระบบท่อส่งก๊าซโรงพยาบาลมักเกิดจาก 3 สาเหตุหลักดังนี้
- ความดันก๊าซตกในท่อ (Low Pressure) เกิดจากการใช้ก๊าซพร้อมกันสูงเกินอัตราไหลที่ออกแบบไว้ เช่น ผู้ป่วยวิกฤตใช้เครื่องช่วยหายใจหลายเตียงพร้อมกัน หรือชุดเรกูเลเตอร์ปรับแรงดันส่วนกลางขัดข้อง
- ความดันก๊าซเกินเกณฑ์ (High Pressure) เกิดจากเรกูเลเตอร์ขั้นที่สอง (Line Regulator) ชำรุด ทำให้ก๊าซแรงดันสูงทะลักเข้าท่อในอาคาร ซึ่งอาจทำให้เครื่องช่วยหายใจเสียหาย
- การรั่วไหลของก๊าซในระบบท่อ เกิดจากรอยเชื่อมท่อแตกร้าว ตัววาล์วชำรุด หรือเกิดการรั่วซึมที่เต้ารับหัวจ่ายก๊าซ (Medical Gas Outlet) ซึ่งนอกจากทำให้แรงดันตก หากเป็นออกซิเจนยังเพิ่มความเสี่ยงอัคคีภัย
เมื่อ Alarm ดัง เจ้าหน้าที่ควรทำอะไรต่อ ?
เมื่อสัญญาณ Alarm ส่งเสียงเตือนขึ้น บุคลากรทางการแพทย์และช่างประจำอาคารต้องปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินของโรงพยาบาลอย่างรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย การบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินต้องดำเนินไปตามระบบขั้นตอนและแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบตามสายงาน
แนวทางปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับพยาบาลและเจ้าหน้าที่ประจำวอร์ด
พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้แผงเตือนภัยต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ทันที
- ตรวจสอบหน้าจอแผงสัญญาณเตือนเพื่อดูว่าไฟสีแดงกะพริบที่ก๊าซประเภทไหน และอ่านค่าความดันว่าผิดปกติในทิศทางแรงดันตกหรือแรงดันเกิน
- กดปุ่มปิดเสียงเตือนชั่วคราว (Silence หรือ Mute) เพื่อลดความตื่นตระหนกในพื้นที่รักษา ขณะที่สัญญาณไฟเตือนสีแดงยังคงกะพริบอยู่
- ตรวจสอบสภาพผู้ป่วยที่ต้องพึ่งพาก๊าซชนิดนั้นทันที โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจในห้อง ICU
- จัดเตรียมถังก๊าซออกซิเจนสำรองแบบเคลื่อนที่พร้อมชุดลดแรงดันเข้าประจำข้างเตียงผู้ป่วยวิกฤตเพื่อเตรียมพร้อมสับเปลี่ยน
ขั้นตอนการประสานงานแจ้งเหตุฉุกเฉินไปยังทีมวิศวกรโรงพยาบาล
หลังจากประเมินความปลอดภัยของผู้ป่วยในเบื้องต้น ขั้นตอนการประสานงานแจ้งเหตุฉุกเฉินมีลำดับดังนี้
- โทรศัพท์แจ้งห้องควบคุมวิศวกรรมอาคารทันที พร้อมระบุชื่อแผนก ก๊าซที่เตือน และระดับแรงดันที่แสดงบนจอ
- แจ้งข้อมูลจำนวนผู้ป่วยวิกฤตที่กำลังใช้งานก๊าซชนิดนั้นอยู่ในแผนกให้ทีมช่างทราบ
- ร่วมกับทีมวิศวกรโรงพยาบาลในการตรวจสอบเกจวัดแรงดันที่ Zone Valve Box ประจำชั้นเพื่อยืนยันจุดเกิดเหตุ
- บันทึกเวลาที่สัญญาณเตือนเริ่มดังและเวลาที่ทีมช่างเข้ามาตรวจสอบลงในสมุดบันทึกเวร
ตัวอย่างผลงานติดตั้งระบบวาล์วควบคุมและสัญญาณเตือนภัย

ทีมวิศวกรของ Two Brothers Medical มีประสบการณ์ในงานระบบก๊าซทางการแพทย์มากกว่า 15 ปี ตัวอย่างโครงการที่มีงานวาล์วควบคุมและสัญญาณเตือนภัยมีดังนี้
- อาคารศูนย์โรคหัวใจและห้อง MRI โรงพยาบาลธนบุรี ชุมพร งานชุดท่อร่วมออกซิเจน (Oxygen Manifold) กล่องวาล์วควบคุมรายโซน (Zone Valve) และระบบสัญญาณเตือนภัย (Alarm System)
- ห้องผ่าตัดและห้องพักฟื้น โรงพยาบาลเซ็นตร้า สามเสน งานหัวจ่ายก๊าซ Oxygen, Nitrous Oxide, Medical Air และ Medvac รวมถึงชุดควบคุมก๊าซ (Gas Control) และแผงสัญญาณเตือนภัย (Alarm Panel)
สรุป
การทำความเข้าใจว่า Medical Gas Alarm คืออะไร และทำงานร่วมกับกล่องวาล์ว Zone Valve Box อย่างไร เป็นหัวใจหลักของการบริหารจัดการความปลอดภัยในโรงพยาบาล อุปกรณ์ทั้งสองทำหน้าที่ผสานกันเพื่อเฝ้าระวังแรงดันก๊าซช่วยชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยให้ทีมแพทย์สามารถตัดตอนการจ่ายก๊าซเฉพาะจุดได้ปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
การออกแบบและติดตั้งตามมาตรฐานที่โครงการกำหนด เช่น NFPA 99 ควบคู่กับการทดสอบสม่ำเสมอ ช่วยรักษาเสถียรภาพระบบก๊าซช่วยชีวิต หากโรงพยาบาลต้องการคำแนะนำด้านการออกแบบและติดตั้ง ทีมวิศวกรของ Two Brothers Medical พร้อมสนับสนุนข้อมูลความปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Medical Gas Alarm และ Zone Valve Box
สัญญาณเตือนภัย Medical Gas Alarm ต้องทดสอบอะไรบ้าง ?
รอบการทดสอบให้กำหนดในแผนบำรุงรักษาของโรงพยาบาลร่วมกับคู่มือของผู้ผลิต ทั้ง Master Alarm และ Area Alarm รายการที่ควรตรวจมีดังนี้
- ตรวจสอบการทำงานของหลอดไฟสัญญาณเตือนทุกตำแหน่ง และดูว่าแผงแสดงได้เมื่อหลอดไฟหรือเสียงเตือนเสียตามที่ NFPA 99 กำหนด
- ทดสอบเสียงสัญญาณเตือนว่าดังไม่ต่ำกว่า 80 dBA ที่ระยะ 0.92 เมตรตาม NFPA 99
- ทดสอบการจำลองสภาวะแรงดันเบี่ยงเบนเพื่อตรวจเช็กความแม่นยำของสวิตช์แรงดัน
- บันทึกผลการทดสอบลงในสมุดประวัติงานบำรุงรักษาของฝ่ายวิศวกรรมโรงพยาบาล
ค่าแรงดันที่ทำให้ Alarm แจ้งเตือนอ้างอิงจากเกณฑ์มาตรฐานข้อไหน ?
ค่าที่ใช้ตั้งจุดเตือนมาจากมาตรฐาน NFPA 99 (Health Care Facilities Code) หมวด 5.1.9 ซึ่งกำหนดให้ส่งสัญญาณเตือนเมื่อแรงดันก๊าซเพิ่มขึ้นหรือลดลง 20% จากแรงดันใช้งานปกติ และสำหรับระบบสุญญากาศทางการแพทย์จะแจ้งเตือนเมื่อระดับสุญญากาศลดลงถึงหรือต่ำกว่า 300 mmHgV (12 in. HgV)
ถ้าระบบไฟฟ้าหลักดับ Medical Gas Alarm Panel ยังทำงานได้หรือไม่ ?
ทำงานได้ เพราะ NFPA 99 กำหนดให้แผง Master Alarm, Area Alarm และเซนเซอร์รับไฟจากวงจร Life Safety Branch ของระบบไฟฟ้าฉุกเฉินของโรงพยาบาล และแผงต้องกลับมาทำงานเองหลังไฟดับไม่เกิน 10 วินาที เช่นช่วงที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองกำลังเริ่มทำงาน โดยไม่ส่งสัญญาณเตือนผิดและไม่ต้องให้คนกดรีเซ็ต
ใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจสั่งปิด Zone Valve Box ในภาวะฉุกเฉิน ?
ผู้มีอำนาจสั่งปิดวาล์วที่ Zone Valve Box ต้องกำหนดไว้ในแผนฉุกเฉินของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายประจำพื้นที่ และต้องประสานกับทีมแพทย์ของโซนนั้นก่อนปิด บุคลากรทั่วไปไม่ควรปิดวาล์วตามลำพัง เพราะจะทำให้ผู้ป่วยที่ใช้ก๊าซช่วยชีวิตในโซนนั้นหยุดรับก๊าซทันที
ทำไมโรงพยาบาลต้องติดตั้ง Master Alarm Panel ควบคู่กับ Area Alarm ?
โรงพยาบาลจำเป็นต้องติดตั้งแผงเตือนภัยทั้งสองระบบเพราะทำหน้าที่ตรวจสอบคนละระดับ Master Alarm Panel ทำหน้าที่เฝ้าระวังเครื่องจักรส่วนกลางและท่อส่งประธานของอาคารเพื่อการดูแลของทีมวิศวกร ขณะที่ Area Alarm ทำหน้าที่เฝ้าระวังแรงดันเฉพาะจุดในห้องผู้ป่วยเพื่อการดูแลของพยาบาล การมีทั้งสองระบบช่วยให้ตรวจพบปัญหาได้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นกำเนิดจนถึงปลายเตียง
สัญญาณเตือน Medical Gas Alarm LCD มีจุดเด่นแตกต่างจากระบบแอนะล็อกอย่างไร ?
แผงสัญญาณเตือน Medical Gas Alarm LCD มีจุดเด่นทางวิศวกรรมที่แตกต่างจากระบบเดิมในจุดสำคัญ ดังต่อไปนี้
- แสดงผลระดับความดันเป็นตัวเลขดิจิทัลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทราบค่าความดันที่แม่นยำ
- รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย Ethernet ดูสถานะระบบผ่านโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ได้
- มีระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Pre-Alarm) เมื่อใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ของผู้ผลิต
- บันทึกข้อมูลสถิติความดันย้อนหลังเพื่อใช้ในงานซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน



