Key Takeaways
- มาตรฐานระบบก๊าซทางการแพทย์ หลักที่ใช้ในไทย ได้แก่ ISO 7396-1 (สากล) และ NFPA 99 (สหรัฐฯ) โดยแต่ละมาตรฐานมีจุดเน้นและขอบเขตต่างกัน
- NFPA 99 ครอบคลุมความปลอดภัยของสถานพยาบาลแบบองค์รวม ทั้ง Risk Assessment, Color Code ท่อก๊าซ, Alarm และ Commissioning
- ISO 7396-1 เน้นข้อกำหนดทางเทคนิคของระบบท่อ ครอบคลุมการออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ และส่งมอบ ใช้อ้างอิงมากในเอเชียและยุโรป
- HTM 02-01 เป็นมาตรฐานอังกฤษที่มีความละเอียดสูงสุด ครอบคลุมถึงระเบียบปฏิบัติการและการบริหารงานบุคคล
- ก่อนเริ่มโครงการ ต้องกำหนดก่อนว่าจะใช้มาตรฐานใด เพราะห้ามนำข้อกำหนดจากต่างมาตรฐานมาผสมกันโดยไม่ตั้งใจ
โรงพยาบาลเราจะใช้มาตรฐานอะไรดี? ความสับสนนี้เกิดขึ้นเพราะในตลาดโลกมีระบบก๊าซทางการแพทย์หลักอยู่หลายชุด ทั้ง NFPA 99, ISO 7396-1 และ HTM 02-01 ซึ่งแต่ละชุดมีที่มา ขอบเขต และจุดเน้นที่แตกต่างกัน บทความนี้รวบรวมสาระสำคัญของแต่ละมาตรฐาน เปรียบเทียบให้ชัดเจน และอธิบายแนวทางที่โรงพยาบาลในประเทศไทยนิยมใช้จริง
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ก่อนดำเนินโครงการจริงควรปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และยึดข้อกำหนดของโครงการ ผู้ว่าจ้าง และหน่วยงานกำกับดูแลเป็นหลักเสมอ
ระบบก๊าซทางการแพทย์ คืออะไร? ทำไมถึงต้องมีมาตรฐาน

ระบบก๊าซทางการแพทย์ (Medical Gas Pipeline Systems) เป็นระบบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ป่วย จึงจำเป็นต้องอ้างอิง มาตรฐานระบบก๊าซทางการแพทย์ เพื่อกำหนดแนวทางการออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ และบำรุงรักษาให้เป็นไปตามข้อกำหนดสากล เนื่องจากก๊าซทางการแพทย์ เช่น Oxygen (O₂) ถูกจัดเป็น “ยา” ตามกฎหมายในหลายประเทศ ความผิดพลาดในการจ่ายก๊าซผิดชนิดหรือแรงดันผิดพลาดอาจส่งผลรุนแรงต่อชีวิตผู้ป่วยได้ทันที
นอกจากนี้ มาตรฐานยังช่วยป้องกันความล้มเหลวของระบบที่อาจตรวจไม่พบในระยะแรก ผ่านกระบวนการ Commissioning Testing ก่อนเปิดใช้งานจริง รวมถึงรองรับข้อกำหนดการรับรองโรงพยาบาล เช่น JCIA และ HA Thailand ปัจจุบันมาตรฐานหลักที่ใช้ในงาน Medical Gas Pipeline Systems ได้แก่ NFPA 99, ISO 7396-1 และ HTM 02-01 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
NFPA 99 คืออะไร?

NFPA 99 หรือ National Fire Protection Association Standard 99: Health Care Facilities Code คือ มาตรฐานความปลอดภัยสถานพยาบาลครอบคลุมที่สุดที่พัฒนาโดยสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา มีการออกฉบับปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ โดยฉบับล่าสุดที่อ้างอิงกันมากคือ NFPA 99-2018 และ NFPA 99-2021
NFPA 99 ครอบคลุมอะไรบ้าง?
NFPA 99 Medical Gas หรือ NFPA 99 Health Care Facilities Code เป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะระบบท่อก๊าซทางการแพทย์เท่านั้น แต่ครอบคลุมระบบสาธารณูปโภคและระบบความปลอดภัยทั้งหมดภายในสถานพยาบาล เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยต่อผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์
ภายในมาตรฐาน NFPA 99 จะครอบคลุมทั้ง Medical Gas & NFPA 99 Vacuum Systems, ระบบไฟฟ้าและระบบสำรองไฟ, ระบบ HVAC และการระบายอากาศ, ระบบสื่อสาร รวมถึงแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยทุกระบบจะถูกออกแบบตามหลัก Risk-Based Approach เพื่อประเมินความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ภายในโรงพยาบาล เช่น ICU, OR และห้องฉุกเฉิน
หลักการสำคัญของ NFPA 99: Risk-Based Approach
สิ่งที่ทำให้ NFPA 99 แตกต่างจากมาตรฐานอื่นคือการใช้หลักการ ประเมินความเสี่ยงตามผลกระทบต่อผู้ป่วย ไม่ใช่ตามประเภทอาคาร โดยแบ่งความเสี่ยงเป็น 4 หมวด (Category 1–4) และกำหนดข้อกำหนดด้านวัสดุ การทดสอบ และระบบสำรองตามระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่
ข้อกำหนดสำคัญใน NFPA 99 ที่ต้องรู้
ข้อกำหนดของมาตรฐาน NFPA 99 มาตรฐานนี้ครอบคลุมตั้งแต่การติดตั้งอุปกรณ์ การจัดเก็บก๊าซ ไปจนถึงคุณภาพของระบบจ่ายก๊าซและระบบสุญญากาศทางการแพทย์ ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้
- การติดฉลากวาล์ว (Valve Labeling): กำหนดให้ Zone Valve ทุกตัวต้องติดป้ายระบุหมายเลขห้องจริง ไม่ใช่หมายเลขตามแบบแปลน ข้อกำหนดนี้ มีผลย้อนหลัง กับสถานพยาบาลที่มีอยู่แล้ว
- การจัดเก็บก๊าซ: ห้ามมีอุปกรณ์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ (ยกเว้น Air Compressor) ในห้องเดียวกับถังก๊าซ (บังคับเฉพาะสถานพยาบาลใหม่)
- การจัดเก็บกลางแจ้ง: ต้องมีทางออกอย่างน้อย 2 ทาง
- NFPA 99-2018 อัปเดตสำคัญ: อนุญาตให้ Oxygen Generator (PSA) เป็นแหล่งจ่ายหลักได้ และอนุญาตท่อลูกฟูกทางการแพทย์ (Medical Flexible Tubing) ในระบบ
- Medical Air Grade D: กำหนดคุณภาพอากาศทางการแพทย์ต้องมี CO ไม่เกิน 10 ppm และมีข้อกำหนดด้าน Dew Point และ Oil Content ที่ชัดเจน
- NFPA 99 Vacuum Systems: กำหนดให้ระบบสุญญากาศทางการแพทย์ต้องมีระบบ Filter ป้องกันการปนเปื้อนย้อนกลับ มีแรงดันต่ำกว่าบรรยากาศตามค่าที่มาตรฐานกำหนด และต้องมีระบบสำรองเพื่อให้การดูดสุญญากาศไม่ขาดตอนในพื้นที่ Category 1
การตรวจสอบตาม NFPA 99 ที่ต้องทำประจำ
เพื่อให้ระบบก๊าซทางการแพทย์มีความปลอดภัยและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ NFPA 99 จึงกำหนดให้สถานพยาบาลต้องมีการตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษาระบบอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในส่วนของแหล่งจ่ายก๊าซ ระบบ Alarm รวมถึงระบบสุญญากาศทางการแพทย์ โดยมีรายการสำคัญที่ควรดำเนินการเป็นประจำ ดังนี้
| รายการ | ความถี่ |
| ตรวจสอบความจุระบบออกซิเจนขนาดใหญ่ | ทุกปี |
| ตรวจสอบ Central Supply System ทั้งหมด | ทุกปี |
| ทดสอบสัญญาณ Alarm | เป็นระยะ |
| ตรวจสอบ CO Monitor | ทุกปี (ผู้ผลิตแนะนำทุกไตรมาส) |
| บำรุงรักษา Central Supply Equipment | ตามคำแนะนำผู้ผลิต / ทุกไตรมาส |
| ตรวจสอบแรงดันและ Filter ของ NFPA 99 Vacuum Systems | ตามรอบที่มาตรฐานกำหนด |
ISO 7396-1 Medical Gas Pipeline Systems คืออะไร?

ISO 7396-1 หรือ International Organization for Standardization 7396-1: Medical gas pipeline systems — Part 1: Pipeline systems for compressed medical gases and vacuum คือ มาตรฐานสากลที่กำหนดข้อกำหนดเฉพาะสำหรับระบบ Medical Gas Pipeline Systems โดยครอบคลุมทั้งการออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ และความปลอดภัยของระบบก๊าซทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาล
ปัจจุบัน ฉบับที่ใช้อ้างอิงอย่างแพร่หลายคือ ISO 7396-1:2016 ซึ่งครอบคลุมระบบท่อสำหรับ Compressed Medical Gases และ Medical Vacuum รวมถึงรองรับทั้ง Oxygen 99% จากแหล่งจ่ายหลัก และ Oxygen 93 จาก PSA Generator ที่มีความเข้มข้นอยู่ในช่วง 90–96% ตามข้อกำหนดของมาตรฐานสากล
ISO 7396-1 ครอบคลุมอะไรบ้าง?
ISO 7396-1 เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กำหนดแนวทางสำหรับระบบท่อก๊าซทางการแพทย์ (Medical Gas Pipeline Systems) ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การติดตั้ง การทดสอบ ไปจนถึงการส่งมอบระบบ เพื่อให้ระบบมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และพร้อมใช้งานในสถานพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรายละเอียดสำคัญมีดังนี้
| หมวด | รายละเอียด |
| การออกแบบ | ข้อกำหนดวัสดุ ขนาดท่อ แรงดันใช้งาน |
| การติดตั้ง | การ Brazing และ Nitrogen Purging |
| การทดสอบ | Pressure Test, Cross-Connection Test, Purity Test |
| Commissioning | กระบวนการทดสอบก่อนส่งมอบ |
| เอกสาร | ข้อกำหนดการจัดทำเอกสารการส่งมอบ |
จุดเด่นของ ISO 7396-1
ISO 7396-1 ถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญของระบบก๊าซทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในระดับสากล โดยจุดเด่นของมาตรฐานนี้คือความยืดหยุ่นในการออกแบบและการมุ่งเน้นด้านความปลอดภัยในการใช้งานจริงของระบบ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
- เป็นมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล ครอบคลุมทั้งยุโรปและเอเชีย
- ข้อกำหนดเน้น ผลลัพธ์ (Performance-based) มากกว่าการระบุวิธีเฉพาะ
- รองรับ Oxygen Generator (PSA) เป็นแหล่งจ่ายก๊าซได้
- ใช้อ้างอิงร่วมกับ EN ISO 7396-1 ในกลุ่มประเทศยุโรป
- มักใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงในงานออกแบบและตรวจรับงาน MGPS ในโรงพยาบาลไทย
HTM 02-01 Medical Gas คืออะไร?

HTM 02-01 หรือ Health Technical Memorandum 02-01 คือ มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักร (UK Department of Health) สำหรับระบบก๊าซทางการแพทย์ในโรงพยาบาล ถือเป็นมาตรฐานที่มีความละเอียดและครอบคลุมที่สุด ในบรรดามาตรฐาน MGPS ที่มีอยู่
ประวัติ: พัฒนาต่อเนื่องมาจาก HTM 2022 (ทศวรรษ 1960) และ C11 Document ก่อนมาเป็น HTM 02-01 ในปี 2006
HTM 02-01 ครอบคลุมอะไรบ้าง?
HTM 02-01 Medical Gas เป็นมาตรฐานและแนวทางด้านระบบก๊าซทางการแพทย์ของสหราชอาณาจักร ที่ครอบคลุมทั้งด้านวิศวกรรม การบริหารจัดการ และความปลอดภัยในการปฏิบัติงานภายในสถานพยาบาล โดยไม่ได้เน้นเฉพาะการติดตั้ง Medical Gas Pipeline Systems เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการควบคุมการใช้งาน การบำรุงรักษา และการกำหนดหน้าที่ของบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
ภายใน HTM 02-01 จะครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและติดตั้งระบบ, Verification and Acceptance, Operation Management Policy, ระบบ Work Permit System รวมถึงข้อกำหนด HTM AP02 สำหรับ Authorized Person และ HTM CP02 สำหรับ Safety Inspector นอกจากนี้ยังครอบคลุมการอบรมบุคลากร การจัดการถังก๊าซ และระบบก๊าซสำหรับงานทันตกรรม เพื่อให้ระบบก๊าซทางการแพทย์มีความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน
จุดเด่นของ HTM 02-01
HTM 02-01 ถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานด้านระบบก๊าซทางการแพทย์ที่มีความละเอียดและเข้มงวดสูง โดยไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะงานวิศวกรรมระบบเท่านั้น แต่ยังลงลึกถึงการบริหารจัดการบุคลากร ขั้นตอนการทำงาน และความปลอดภัยในการปฏิบัติงานภายในโรงพยาบาล ซึ่งจุดเด่นสำคัญของมาตรฐานนี้ มีดังนี้
- เป็นมาตรฐานที่มีความละเอียดสูงสุด ครอบคลุมถึงระดับการบริหารบุคคลและกระบวนการปฏิบัติงานรายวัน
- กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ที่สามารถอนุญาตงานและตรวจสอบระบบ
- เหมาะสำหรับโรงพยาบาลที่ต้องการมาตรฐานระดับสูงสุดหรือขอรับรองมาตรฐาน JCIA จาก UK Framework
- นิยมใช้ในโรงพยาบาลเอกชนและมหาวิทยาลัยที่มีความเชื่อมโยงกับ UK Academic System
เปรียบเทียบ NFPA 99, ISO 7396-1 และ HTM 02-01
NFPA 99, ISO 7396-1 และ HTM 02-01 เป็นมาตรฐานสำคัญที่ใช้กับระบบก๊าซทางการแพทย์ (MGPS) แต่ละมาตรฐานมีแนวคิด จุดเน้น และขอบเขตการควบคุมที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกใช้งานให้เหมาะกับประเภทโครงการและข้อกำหนดของสถานพยาบาล
| หัวข้อ | NFPA 99 | ISO 7396-1 | HTM 02-01 |
| ที่มา | สหรัฐอเมริกา | สากล (ISO) | สหราชอาณาจักร |
| จุดเน้น | Risk-based Safety | Technical Pipeline Requirements | Prescriptive Operations |
| ขอบเขต | ระบบสถานพยาบาลทั้งหมด | ระบบท่อก๊าซโดยเฉพาะ | ครบวงจรรวมบริหารบุคคล |
| ความละเอียด | ปานกลาง | ปานกลาง-สูง | สูงมาก |
| สีท่อก๊าซ | CGA C-9 (เขียว, เหลือง, ฟ้า, เทา, ดำ) | ISO สี (ขาว, ขาว+แถบดำ, น้ำเงิน, เทา, ดำ) | ตามมาตรฐาน ISO/อังกฤษ |
| Oxygen Generator | อนุญาต (ฉบับ 2018+) | อนุญาต | อนุญาต |
| Air Compressor | Oil-free เท่านั้น | Oil-free เป็นหลัก | Oil-free เป็นหลัก |
| การรับรองบุคลากร | ASSE 6000 Series | ไม่ระบุเฉพาะ | HTM AP02 / CP02 |
| นิยมใช้ใน | ไทย, สหรัฐฯ, ละตินอเมริกา | ยุโรป, เอเชีย, ทั่วโลก | อังกฤษ, อดีตอาณานิคมอังกฤษ |
ข้อควรระวังสำคัญ: ห้ามนำข้อกำหนดจากมาตรฐานต่างชุดมาผสมกันโดยไม่ตั้งใจ ตัวอย่างเช่น หากโครงการกำหนดใช้ NFPA 99 แต่นำข้อกำหนดวาล์วจาก ISO 7396-1 มาใช้แทน (เช่น เรื่อง Straight Thread ที่ ISO อนุญาตแต่ NFPA ไม่อนุญาต) อาจทำให้ระบบทั้งหมดไม่ผ่านการตรวจรับตามมาตรฐานที่กำหนด ควรระบุ “ฉบับ/ปี” ของมาตรฐานให้ชัดเจนในสัญญาและ Specification ก่อนเริ่มโครงการทุกครั้ง
NFPA Color Code Medical Gas รหัสสีท่อก๊าซที่ต้องรู้

NFPA Color Code สำหรับระบบก๊าซทางการแพทย์อ้างอิงจาก CGA C-9 (Compressed Gas Association) ซึ่งกำหนดสีพื้นหลังและสีตัวอักษรสำหรับป้ายติดท่อก๊าซแต่ละชนิด เพื่อให้บุคลากรสามารถระบุชนิดก๊าซได้ทันทีแม้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ตาราง NFPA Color Code Medical Gas (ตาม CGA C-9)
การกำหนดสีของป้ายและท่อก๊าซทางการแพทย์ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้บุคลากรสามารถแยกประเภทก๊าซได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อหรือใช้งานผิดระบบ โดย NFPA/CGA และ ISO 7396-1 จะมีแนวทางการกำหนดสีที่แตกต่างกันในบางประเภทก๊าซ
| ก๊าซ | สีป้าย (NFPA/CGA) | สีท่อ (ISO 7396-1) |
| ออกซิเจน (O₂) | พื้นเขียว / ตัวอักษรขาว | ขาว |
| อากาศทางการแพทย์ (Medical Air) | พื้นเหลือง / ตัวอักษรดำ | ขาว + แถบดำ |
| ไนตรัสออกไซด์ (N₂O) | พื้นฟ้า / ตัวอักษรขาว | น้ำเงิน |
| คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) | พื้นเทา / ตัวอักษรขาว | เทา |
| ระบบสุญญากาศ (Vacuum) | พื้นดำ / ตัวอักษรขาว | ดำ |
| WAGD/AGSS | พื้นม่วง / ตัวอักษรขาว (ตาม CGA C-9 — ให้ยืนยันจากฉบับที่โครงการใช้) | ตามข้อกำหนดโครงการ |
สำหรับโรงพยาบาลไทย: สีท่อในประเทศไทยปัจจุบันมักอิงตาม NFPA/CGA (เขียว = O₂) ซึ่งต่างจาก ISO 7396-1 (ขาว = O₂) ก่อนออกแบบควรระบุให้ชัดเจนว่าโครงการใช้ระบบสีใด เพื่อป้องกันความสับสนระหว่างการติดตั้งและการใช้งาน
ข้อกำหนดการติดป้ายท่อตาม NFPA 99
การติดป้ายระบุท่อก๊าซทางการแพทย์ตามมาตรฐาน NFPA 99 ถือเป็นข้อกำหนดสำคัญด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันการสับสนในการใช้งาน การซ่อมบำรุง และลดความเสี่ยงในการเชื่อมต่อผิดประเภทของก๊าซ โดยข้อกำหนดหลักที่ควรทราบ มีดังนี้
- ติดป้ายระบุชนิดก๊าซตลอดเส้นทางท่อ ตามระยะที่กำหนดในแต่ละฉบับของมาตรฐาน ควรตรวจสอบจากฉบับที่โครงการอ้างอิงโดยตรง
- ติดป้ายที่ จุดเชื่อมต่อ ทุกจุด และ ทั้งสองด้านของผนัง/พื้น/เพดาน ที่ท่อทะลุผ่าน
- ป้ายต้องอ่านได้ชัดเจน ระบุชนิดก๊าซและทิศทางการไหลให้ครบถ้วน
- วาล์ว Zone Valve ต้องติดป้ายระบุ หมายเลขห้องจริง ที่ควบคุม (ไม่ใช่หมายเลขตามแบบแปลน) ข้อกำหนดนี้มีผลย้อนหลังกับสถานพยาบาลที่มีอยู่แล้ว
ก่อนติดตั้งระบบก๊าซ โรงพยาบาลควรตรวจอะไรบ้าง?

สำหรับโรงพยาบาลที่กำลังวางแผนโครงการ Medical Gas System Installation ใหม่ หรือปรับปรุงระบบเดิม นี่คือ Checklist สำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนเริ่มดำเนินการ ดังนี้
1. กำหนดมาตรฐานอ้างอิงให้ชัดเจน
การเลือกมาตรฐานตั้งแต่ต้นโครงการมีผลต่อทั้งการออกแบบ ติดตั้ง และ Commissioning ของระบบ ควรกำหนดให้ชัดว่าจะอ้างอิง ISO 7396-1, NFPA 99 หรือ HTM 02-01 พร้อมระบุฉบับ/ปีในสัญญาและ Specification ให้ครบถ้วน รวมถึงตรวจสอบว่าหน่วยงานตรวจรับและที่ปรึกษายอมรับมาตรฐานดังกล่าว และไม่ควรนำข้อกำหนดจากหลายมาตรฐานมาผสมกัน
2. ประเมินความเสี่ยงตาม NFPA 99 (Risk Assessment)
การประเมิน Risk Category ตาม NFPA 99 ช่วยกำหนดระดับความสำคัญของแต่ละพื้นที่ เช่น ICU, OR หรือ Ward เพื่อออกแบบระบบสำรองและเลือกวัสดุให้เหมาะสม ควรให้ทีมวิศวกรร่วมประเมินกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ผลลัพธ์สะท้อนการใช้งานจริงของโรงพยาบาล
3. ตรวจสอบข้อกำหนดการรับรองโรงพยาบาล
หากโรงพยาบาลมีเป้าหมายด้านการรับรองมาตรฐาน เช่น JCIA หรือ HA Thailand ควรตรวจสอบข้อกำหนดด้าน Medical Gas Systems ตั้งแต่ช่วงวางแผน โดย JCIA จะเกี่ยวข้องกับหมวด FMS.7 และ FMS.9 ส่วน HA Thailand จะอ้างอิงหมวด ENV.2 รวมถึงควรปรึกษาที่ปรึกษาด้านการรับรองเพื่อยืนยันว่ามาตรฐาน MGPS ที่เลือกใช้ได้รับการยอมรับ
4. กำหนด Scope ของ Commissioning Testing
ก่อนเริ่มงานควรกำหนดขอบเขต Commissioning Testing ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาในขั้นตอนตรวจรับระบบ ควรยืนยันว่าจะทดสอบครบทุกขั้นตอนตามมาตรฐาน กำหนด Independent Commissioning Engineer (Third Party) และเตรียมเอกสารบันทึกผลการทดสอบสำหรับทุกกระบวนการ
5. ตรวจสอบผู้รับเหมา
ผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ด้าน Medical Gas System โดยเฉพาะ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัย ควรตรวจสอบว่ามีผลงานติดตั้ง MGPS ในโรงพยาบาลระดับเดียวกันหรือไม่ ทีมช่างผ่านการอบรมด้าน Medical Gas Installation หรือไม่ รวมถึงมีวิศวกรที่สามารถออก Commissioning Certificate และให้บริการ After-Sale Service ได้ครบถ้วน
6. เตรียมเอกสารที่ต้องมี
เอกสารโครงการเป็นส่วนสำคัญสำหรับการตรวจรับและการบำรุงรักษาระยะยาว ควรเตรียม Shop Drawing, Material Specification, Method Statement สำหรับ Nitrogen Purging, Commissioning Test Records, As-Built Drawing และ Operation & Maintenance Manual ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง
บริการออกแบบติดตั้ง MGPS จาก Two Brothers Medical Gas

บริษัท ทูบราเทอร์ส เมดิคอลแก๊ส จำกัด ให้บริการครบวงจรของอุปกรณ์ระบบก๊าซทางการแพทย์ พร้อมทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการดูแลโรงพยาบาลและคลินิกทั่วประเทศไทย ดำเนินงานอ้างอิงมาตรฐาน ISO 7396-1 และ NFPA 99 ตามข้อกำหนดของโครงการ
ออกแบบระบบก๊าซทางการแพทย์
ทีมวิศวกรของเราวิเคราะห์ความต้องการ ประเมิน Risk Category ตาม NFPA 99 และออกแบบ Medical Gas System Design ให้เหมาะสมกับประเภทและขนาดของสถานพยาบาล พร้อมจัดทำ Specification และ Shop Drawing ตามมาตรฐานที่โครงการกำหนด
ติดตั้งระบบท่อก๊าซทางการแพทย์ตามมาตรฐาน
ดำเนินการโดยช่างที่ผ่านการอบรม Medical Gas Installation โดยตรง ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่วางท่อ Nitrogen Purging ไปจนถึง Commissioning Testing ครบทุกขั้นตอนก่อนส่งมอบ
ซ่อมบำรุงและตรวจสอบระบบหลังการติดตั้ง
บริการตรวจสอบ บำรุงรักษา และซ่อมแซมระบบก๊าซทางการแพทย์ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมออกรายงานการตรวจสอบตามข้อกำหนดของมาตรฐานและหน่วยงานรับรองโรงพยาบาล
สรุป
มาตรฐานระบบก๊าซทางการแพทย์ ทั้ง NFPA 99, ISO 7396-1 Medical Gas Pipeline Systems และ HTM 02-01 Medical Gas ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ รับประกันความปลอดภัยและความต่อเนื่องในการจ่ายก๊าซให้กับผู้ป่วย แต่ต่างกันในด้านที่มา ขอบเขต ความละเอียด และแนวทางการบังคับใช้
สำหรับโรงพยาบาลในประเทศไทย แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดคือ กำหนดมาตรฐานอ้างอิงให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ระบุในสัญญาและ Specification ให้ครบถ้วน แล้วจึงเลือกผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์และผลงานจริงในการดำเนินงานตามมาตรฐานนั้น
เมื่อทุกฝ่ายเข้าใจและปฏิบัติตาม มาตรฐานระบบก๊าซทางการแพทย์ ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ระบบที่ได้จะเป็นระบบที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และรองรับการดูแลผู้ป่วยได้อย่างไม่ขาดตอนตลอด 24 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย
NFPA 99 กับ ISO 7396-1 ต่างกันอย่างไร ควรเลือกใช้มาตรฐานไหน?
NFPA 99 เป็นมาตรฐานความปลอดภัยสถานพยาบาลแบบครอบคลุม (Risk-based) ครอบคลุมทั้งระบบก๊าซ ไฟฟ้า และ HVAC ในขณะที่ ISO 7396-1 มุ่งเน้นเฉพาะข้อกำหนดทางเทคนิคของระบบท่อก๊าซและสุญญากาศ ทั้งสองสามารถใช้ร่วมกันได้ในหลายโครงการ โดยใช้ NFPA 99 เป็นกรอบความปลอดภัยและ ISO 7396-1 เป็นข้อกำหนดทางเทคนิค แต่ต้องระบุให้ชัดเจนในสัญญาว่าใช้มาตรฐานใดเป็นหลัก ขอแนะนำให้ปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาตามบริบทของโครงการ
NFPA Color Code Medical Gas ใช้สีอะไรสำหรับออกซิเจน?
ตาม NFPA Color Code (อ้างอิง CGA C-9) ท่อออกซิเจนใช้ป้ายพื้นสีเขียว ตัวอักษรสีขาว ในขณะที่มาตรฐาน ISO 7396-1 กำหนดให้ท่อออกซิเจนเป็นสีขาว ซึ่งแตกต่างกัน โรงพยาบาลในไทยส่วนใหญ่นิยมใช้ระบบสีตาม NFPA (เขียว = O₂) แต่ควรระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่าโครงการใช้ระบบสีใด เพื่อป้องกันความสับสน
ก่อนติดตั้งระบบก๊าซโรงพยาบาล ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานใดบ้าง?
ขั้นตอนการขออนุญาตขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของสถานพยาบาล โดยทั่วไปต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองวิศวกรรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานท้องถิ่น แนะนำให้ปรึกษาทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์ด้าน MGPS และที่ปรึกษากฎหมายด้านสาธารณสุขก่อนเริ่มโครงการ
ถ้าโรงพยาบาลมีระบบก๊าซเก่าอยู่แล้ว ต้องปรับให้ได้มาตรฐาน NFPA 99 หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดที่เลือกใช้ NFPA 99 มีข้อกำหนดบางส่วนที่ มีผลย้อนหลัง กับสถานพยาบาลที่มีอยู่แล้ว เช่น การติดฉลากวาล์วที่ต้องระบุหมายเลขห้องจริง ในขณะที่ข้อกำหนดบางส่วน เช่น การห้ามมีอุปกรณ์มอเตอร์ในห้องเก็บก๊าซ บังคับเฉพาะสถานพยาบาลใหม่เท่านั้น แนะนำให้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญประเมินระบบปัจจุบันเทียบกับมาตรฐานที่ต้องการก่อน เพื่อวางแผนการปรับปรุงอย่างเป็นระบบ
บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง
- ระบบก๊าซทางการแพทย์ คืออะไร? ครบทุกองค์ประกอบ ชนิดก๊าซ และมาตรฐานที่โรงพยาบาลต้องรู้
- Medical Gas Pipeline System คืออะไร? ส่วนประกอบ และประโยชน์ สำหรับโรงพยาบาล
- ดูสินค้าระบบก๊าซทางการแพทย์ทั้งหมด
สนใจติดตั้งหรือปรึกษาระบบก๊าซทางการแพทย์? ติดต่อทีมงาน Two Brothers Medical เพื่อขอคำปรึกษาและใบเสนอราคา


