Key Takeaways
- บริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ที่ดีต้องมีทั้งประสบการณ์จริง ผลงานอ้างอิงได้ ทีมวิศวกรเฉพาะทาง และความสามารถออก Commissioning Certificate
- Medical Gas Contractor ที่มีคุณสมบัติต้องดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO 7396-1 หรือ NFPA 99 และมีระบบ QC ทุกจุดเชื่อมต่อ
- งานระบบโรงพยาบาลด้านก๊าซทางการแพทย์ไม่ใช่งาน MEP ทั่วไป ต้องการผู้รับเหมาที่เข้าใจบริบทความปลอดภัยของผู้ป่วย
- การเลือกผู้รับเหมาระบบก๊าซโรงพยาบาลผิด อาจส่งผลให้ระบบไม่ผ่าน Commissioning และไม่ได้รับรองมาตรฐาน JCIA/HA
- ควรขอดูผลงานจริง ใบรับรอง As-Built Drawing และขอบเขตงานที่ครอบคลุมตั้งแต่ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงบำรุงรักษา
คุณกำลังจะตัดสินใจเลือกบริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ สำหรับโครงการก่อสร้างหรือปรับปรุงโรงพยาบาลอยู่ใช่ไหม? ราคาต่ำสุดอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป เพราะหาก Medical Gas System Installation ผิดพลาดเพียงจุดเดียว อาจต้องแก้ไขและรื้อในส่วนที่บกพร่อง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลา หรือที่เลวร้ายกว่านั้น คือส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยในห้องผ่าตัดและ ICU โดยตรง
บทความนี้เขียนสำหรับผู้บริหารโรงพยาบาล ฝ่ายจัดซื้อ และผู้รับเหมา MEP ที่ต้องการกรอบในการคัดเลือกผู้รับเหมาระบบก๊าซโรงพยาบาลอย่างเป็นระบบ พร้อม Checklist ที่นำไปใช้ได้จริง
ทำไมการเลือกบริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์จึงสำคัญกว่าที่คิด?

งานระบบโรงพยาบาลด้านก๊าซทางการแพทย์ไม่ใช่งานท่อทั่วไปที่ช่างประปามีประสบการณ์จะทำได้ มีความแตกต่างจากงาน MEP ทั่วไป เพราะออกซิเจนที่ผู้ป่วยในห้องผ่าตัดสูดดมอยู่ทุกนาทีต้องผ่านระบบท่อที่ติดตั้งถูกต้อง หากท่อมีสิ่งปนเปื้อนจาก Nitrogen Purging ที่ไม่ได้ทำหรือทำไม่ครบ ก๊าซที่ผู้ป่วยได้รับอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
การต่อท่อก๊าซสลับชนิด (เช่น ต่อท่อออกซิเจนเข้ากับสายไนตรัสออกไซด์) เป็นหนึ่งในอุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดในโรงพยาบาล Medical Gas Contractor ที่ไม่มีประสบการณ์อาจไม่มีขั้นตอน Cross-Connection Test ในกระบวนการทำงาน
หากค้นพบความบกพร่องหลังจาก Commissioning หรือหลังโรงพยาบาลเปิดดำเนินการ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม รื้อ และทำใหม่จะสูงกว่าต้นทุนที่ประหยัดได้จากการเลือกผู้รับเหมาราคาถูกหลายเท่า อีกทั้งระบบที่ไม่ผ่าน Commissioning Testing ทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถขอรับรอง JCIA (FMS.9) หรือ HA Thailand (ENV.2) ได้
8 เกณฑ์คัดเลือก Medical Gas Contractor มืออาชีพ

การเลือกผู้รับเหมาติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ (Medical Gas Contractor) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย มาตรฐานการตรวจรับ และความเสถียรของระบบในระยะยาว โรงพยาบาลจึงควรพิจารณาทั้งด้านเทคนิค ประสบการณ์ และความพร้อมในการดูแลหลังส่งมอบ ก่อนตัดสินใจเลือกผู้รับเหมา โดยมีเกณฑ์สำคัญที่ควรตรวจสอบ ดังนี้
ประสบการณ์จริงในงานระบบโรงพยาบาลโดยตรง
ประสบการณ์จริงในงานระบบโรงพยาบาลโดยตรงเป็นสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกบริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ เพราะ Medical Gas System Installation จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจเฉพาะด้าน ทั้งมาตรฐานความปลอดภัย การควบคุมแรงดัน และการทำงานร่วมกับงานระบบโรงพยาบาลอื่น ๆ ภายในอาคาร
ควรถามให้ชัดว่าผู้รับเหมาระบบก๊าซโรงพยาบาลรายนั้นมีผลงานกี่โครงการ และเคยทำกับโรงพยาบาลประเภทใดบ้าง เช่น โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน คลินิกศัลยกรรม หรือโรงพยาบาลสัตว์ พร้อมขอดูรายชื่อโรงพยาบาลอ้างอิง ขนาดโครงการ จำนวน Outlet ที่ติดตั้ง รวมถึงภาพถ่ายผลงานจริงก่อน-หลัง เพื่อช่วยประเมินความน่าเชื่อถือของ Medical Gas Contractor ได้ชัดเจนมากขึ้น
ทีมวิศวกรและช่างที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง
Medical Gas System Installation ต้องการช่างที่มีทักษะเฉพาะ โดยเฉพาะ Brazing (การเชื่อมประสานท่อทองแดง) ซึ่งต้องทำควบคู่กับ Nitrogen Purging เพื่อป้องกันออกไซด์สะสมในท่อ
ในต่างประเทศ ช่างติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ต้องผ่านการรับรองตามมาตรฐาน ASSE 6010 (Medical Gas System Installers) ซึ่งกำหนดให้มีประสบการณ์อย่างน้อย 4 ปีและผ่านการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ Brazing สำหรับโรงพยาบาลไทย ควรถามว่าทีมช่างผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง Medical Gas มาหรือไม่ และมีหัวหน้าช่างที่ควบคุมงานตลอดโครงการ
มีวิศวกรออกแบบอยู่ในทีม ไม่ใช่แค่ผู้รับเหมาท่อ
บริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ที่ดีควรมีวิศวกรออกแบบระบบ MGPS อยู่ภายในทีม ไม่ใช่เพียงผู้รับเหมางานเดินท่อ เพราะ Medical Gas System Installation ต้องอาศัยการคำนวณและออกแบบที่แม่นยำ ทั้งการคำนวณ Peak Demand การกำหนดขนาดท่อ และการวางระบบให้เหมาะกับการใช้งานของสถานพยาบาลแต่ละประเภท
นอกจากนี้ Medical Gas Contractor ควรสามารถจัดทำ Shop Drawing และ As-Built Drawing ประสานงานร่วมกับทีมก่อสร้างและ MEP Contractor รายอื่น รวมถึงออก Commissioning Certificate หลังผ่านการทดสอบครบทุกขั้นตอน หากผู้รับเหมาระบบก๊าซโรงพยาบาลไม่มีวิศวกรออกแบบอยู่ในทีม ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
มีระบบ QC/QA ที่ตรวจสอบได้ทุกจุด
Medical Gas System Installation ที่ได้มาตรฐานต้องมีระบบ QC/QA ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน โดยบริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ควรมีการตรวจสอบทุกจุดเชื่อมต่อของท่อ วาล์ว และข้อต่อ รวมถึงตรวจคุณภาพงาน Brazing และความสะอาดภายในท่อทั้งก่อนและหลังการทำ Nitrogen Purging อย่างละเอียด
นอกจากนี้ Medical Gas Contractor ควรมีการทดสอบแรงดันในแต่ละเฟสของงาน พร้อมบันทึกผลจากเครื่องมือวัดจริง ไม่ใช่การประเมินด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว โดยเอกสาร QC ทั้งหมดควรถูกส่งมอบให้โรงพยาบาลพร้อม Commissioning Certificate เพื่อใช้ตรวจสอบและอ้างอิงในอนาคตได้อย่างครบถ้วน
ทำ Commissioning Testing ครบ 7 ขั้นตอนพร้อมออกเอกสาร
นี่คือเกณฑ์ที่แยก ผู้รับเหมาระบบก๊าซโรงพยาบาลมืออาชีพออกจากผู้รับเหมาทั่วไปได้ชัดเจนที่สุด Commissioning Testing ทั้ง 7 ขั้นตอนตามมาตรฐาน ISO 7396-1 / NFPA 99 ได้แก่
| ขั้น | การทดสอบ | สิ่งที่ยืนยัน |
| 1 | Cross-Connection Test | ไม่มีท่อสลับชนิดก๊าซ |
| 2 | Operating Pressure Test | แรงดันถูกต้องทุก Outlet |
| 3 | Pipeline Contamination Test | ท่อสะอาด ปราศจากน้ำมันและฝุ่น |
| 4 | Alarm System Test | Alarm ทำงานถูกต้องทุกจุด |
| 5 | Zone Valve Test | วาล์วปิด-เปิดและ Gauge ถูกต้อง |
| 6 | Gas Purity Test | ก๊าซบริสุทธิ์ตามมาตรฐาน |
| 7 | Anti-Confuse Test | หัวต่อไม่สามารถเสียบสลับได้ |
ระบบไม่ควรเปิดใช้กับผู้ป่วยจริงก่อนผ่านทั้ง 7 ขั้นตอน และต้องได้รับ Commissioning Certificate พร้อมบันทึกผลการทดสอบทุกขั้นเป็นเอกสาร
ให้บริการได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
บริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ที่เหมาะกับโรงพยาบาลควรให้บริการได้ครบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ใช่เฉพาะงานติดตั้งเพียงอย่างเดียว โดยควรสามารถให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ MGPS วางแผนงาน Medical Gas System Installation รวมถึงติดตั้งได้ทั้งในโครงการก่อสร้างใหม่และโครงการปรับปรุงอาคารเดิม
นอกจากนี้ Medical Gas Contractor ควรมีบริการทดสอบและ Commissioning ก่อนส่งมอบงาน พร้อมจัดฝึกอบรมบุคลากรด้านการใช้งานและแผนฉุกเฉิน รวมถึงมีบริการซ่อมบำรุงหลังการขายและ Service Contract รองรับระยะยาว เพราะหากผู้รับเหมาระบบก๊าซโรงพยาบาลไม่มีทีมดูแลหลังส่งมอบ อาจทำให้โรงพยาบาลประสบปัญหาเมื่อระบบเกิดเหตุขัดข้องในอนาคต
มีอุปกรณ์และสินค้าคุณภาพที่ตรวจสอบได้
บริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ที่มีคุณภาพควรสามารถระบุแหล่งที่มาของอุปกรณ์ทุกชิ้นได้อย่างชัดเจน เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ใน Medical Gas System Installation ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและเสถียรภาพของระบบ โดยเฉพาะท่อทองแดง Medical Grade, Manifold, Medical Air Compressor แบบ Oil-Free, Vacuum Pump, Zone Valve Box และ Alarm Panel
นอกจากนี้ Medical Gas Contractor ควรมีเอกสาร Material Specification และใบรับรองมาตรฐานของอุปกรณ์หลัก เช่น Gas Outlet มาตรฐาน German, Japanese หรือ Chemetron รวมถึง Ceiling Column และ Medical Gas Pendant เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถตรวจสอบคุณภาพ ความเข้ากันได้ของระบบ และความถูกต้องก่อนอนุมัติใช้งานจริงได้อย่างมั่นใจ
มีความโปร่งใสด้านราคาและขอบเขตงาน
บริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานควรมีความโปร่งใสทั้งด้านราคาและขอบเขตงาน เพราะราคาที่ต่ำผิดปกติอาจเกิดจากการลดขั้นตอนสำคัญในงาน Medical Gas System Installation เช่น การทำ Nitrogen Purging ไม่ครบทุกจุด หรือไม่มีการออก Commissioning Certificate หลังทดสอบระบบเสร็จสมบูรณ์
ผู้บริหารและฝ่ายจัดซื้อควรเปรียบเทียบ Scope of Work ของ Medical Gas Contractor เป็นหลัก ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาหน้างาน โดยสัญญาควรระบุรายละเอียดอุปกรณ์พร้อม Brand รุ่น และมาตรฐาน จำนวน Outlet แยกตามชนิดก๊าซและแผนก รวมถึงกระบวนการ Commissioning ทั้ง 7 ขั้นตอน ระยะเวลารับประกัน และเงื่อนไข Maintenance อย่างชัดเจน
ขอบเขตงานที่ Medical Gas Contractor ต้องทำได้ครบ

ผู้รับเหมาระบบก๊าซโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานควรสามารถดำเนินงานได้ครบทุก Scope ของ Medical Gas System Installation ตั้งแต่งานแหล่งจ่ายก๊าซ ระบบท่อ งานควบคุมและสัญญาณเตือน ไปจนถึงงาน Commissioning และการส่งมอบระบบ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถใช้งานระบบได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในระยะยาว
งานแหล่งจ่ายก๊าซ (Central Supply)
ระบบ Central Supply ของระบบก๊าซทางการแพทย์ ทำหน้าที่จ่ายก๊าซและระบบสุญญากาศให้เพียงพอต่อการใช้งานของทั้งโรงพยาบาล โดยบริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ควรสามารถติดตั้ง O₂, N₂O และ CO₂ Manifold พร้อมระบบสลับอัตโนมัติ รวมถึงติดตั้ง Medical Air Compressor แบบ Oil-Free, Vacuum Pump พร้อมระบบสำรอง และระบบแรงดันก๊าซสำรองฉุกเฉินได้อย่างครบถ้วน
งานท่อ (Medical Piping Works)
ระบบท่อก๊าซต้องออกแบบและติดตั้งตามมาตรฐาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและรักษาเสถียรภาพของแรงดันก๊าซในระบบ โดย Medical Gas Contractor ต้องสามารถเดินระบบท่อทองแดง Medical Grade พร้อมทำ Nitrogen Purging ทุกจุดเชื่อม ติดตั้ง Zone Valve ครอบคลุมทุกโซน และติดตั้งวาล์วควบคุม เช่น วาล์วเปิด-ปิด วาล์วกันกลับ และวาล์วลดแรงดันได้อย่างถูกต้อง
งานอุปกรณ์ควบคุมและสัญญาณเตือน
ระบบควบคุมและ Alarm มีหน้าที่แจ้งเตือนความผิดปกติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ผู้รับเหมาระบบก๊าซโรงพยาบาลจึงควรติดตั้ง Area Alarm Panel, Master Alarm Panel และ Gas Control Panel พร้อมระบุ Label และ Color Code ของท่อตลอดเส้นทางตามมาตรฐานที่กำหนด
งาน Terminal Units
อุปกรณ์ปลายทางเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างระบบก๊าซกับการใช้งานจริงภายในห้องผู้ป่วย ห้อง ICU และห้องผ่าตัด โดยบริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ควรสามารถติดตั้ง Medical Gas Outlet ตามมาตรฐาน รวมถึง Ceiling Column, Medical Gas Pendant, Flowmeter และ Humidifier ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่
งาน Commissioning
ก่อนส่งมอบระบบ Medical Gas System Installation ต้องมีการทดสอบ ตรวจสอบ และจัดทำเอกสารอย่างครบถ้วนตามมาตรฐาน โดย Medical Gas Contractor ควรดำเนินการทดสอบครบทั้ง 7 ขั้นตอน พร้อมออก Certificate จัดทำ As-Built Drawing และ O&M Manual รวมถึงอบรมบุคลากรโรงพยาบาลเกี่ยวกับการใช้งานและแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา

นำคำถาม 10 ข้อนี้ไปใช้ในการคัดกรองบริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ก่อนตัดสินใจ
- “ขอดูรายชื่อโรงพยาบาลที่ติดตั้งจริงได้ไหม? และสามารถโทรยืนยันกับโรงพยาบาลได้หรือไม่?”
- “ทีมช่างผ่านการอบรมด้าน Medical Gas Installation โดยเฉพาะหรือไม่? ใครเป็นผู้ควบคุมงาน?”
- “มีวิศวกรออกแบบ Shop Drawing และคำนวณ Peak Demand ในทีมหรือไม่?”
- “กระบวนการ Nitrogen Purging ทำอย่างไร? ทำครบทุกจุดเชื่อมหรือเฉพาะบางจุด?”
- “Commissioning Testing มีกี่ขั้นตอน? ออก Certificate และบันทึกผลทุกขั้นหรือไม่?”
- “วัสดุท่อทองแดงนำเข้าจากแหล่งใด? ขอใบรับรองวัสดุได้ไหม?”
- “มีบริการ After-Sale Service และ Maintenance Contract หรือไม่? สามารถเรียกช่างได้เร็วแค่ไหนในกรณีฉุกเฉิน?”
- “ราคาที่เสนอครอบคลุม Commissioning Testing และ As-Built Drawing หรือไม่?”
- “เคยมีโครงการที่ต้องรื้อแล้วทำใหม่หรือไม่? เกิดจากอะไร?”
- “ระยะเวลารับประกันงานคือกี่ปี และครอบคลุมอะไรบ้าง?”
สินค้าและบริการ Medical Gas System Installation จาก Two Brothers Medical Gas

บริษัท ทูบราเทอร์ส เมดิคอลแก๊ส จำกัด คือ บริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการดูแลโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน คลินิกศัลยกรรม และสถานพยาบาลทั่วประเทศไทย ด้วยทีมวิศวกรและช่างผู้เชี่ยวชาญด้าน Medical Gas System Installation โดยตรง ซึ่งเหตุผลหลักที่ลูกค้าเลือก TBM เป็น Medical Gas Contractor เพราะ
- ประสบการณ์จริงกว่า 15 ปี: มีผลงานอ้างอิงได้จากโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งโรงพยาบาลรัฐบาล โรงพยาบาลเอกชน และคลินิกเฉพาะทาง
- ทีมวิศวกรและช่างเฉพาะทาง Medical Gas: ทุกโครงการมีวิศวกรควบคุมงานและช่างที่ผ่านการอบรมด้าน Medical Gas Pipeline Installation โดยตรง พร้อมดูแลตั้งแต่ออกแบบ ติดตั้ง จนถึงส่งมอบงาน
- Commissioning Testing ครบ 7 ขั้นตอน พร้อมออก Certificate: ทุกโครงการผ่านการทดสอบครบทุกขั้นตอนตามมาตรฐาน ISO 7396-1 และ NFPA 99 พร้อมออกเอกสารรับรองให้โรงพยาบาลเป็นหลักฐาน
- อุปกรณ์คุณภาพสูง ครบทุก Scope: จัดหา อุปกรณ์ MGPS คุณภาพสูง ครบชุด ตั้งแต่ Medical Air Compressor, Vacuum Pump, Manifold, Zone Valve, Alarm Panel ไปจนถึง Gas Outlet และ Medical Gas Pendant
- บริการหลังการขายและ Maintenance: มีทีมช่างพร้อมให้บริการซ่อมบำรุง ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาฉุกเฉินหลังส่งมอบงาน
การเลือก Medical Gas Contractor ไม่ได้วัดแค่เรื่องราคา แต่ต้องพิจารณาถึงความเชี่ยวชาญ มาตรฐานความปลอดภัย และความสามารถในการดูแลระบบระยะยาว ทำให้หลายโรงพยาบาลเลือก TBM สำหรับงานระบบก๊าซทางการแพทย์
สรุป
การเลือกบริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ ที่ถูกต้องคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับโรงพยาบาลทุกขนาด เพราะ งานระบบโรงพยาบาลด้านก๊าซทางการแพทย์ไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาด
ใช้ 8 เกณฑ์ที่นำเสนอในบทความนี้เป็นกรอบในการคัดเลือก Medical Gas Contractor และอย่าตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว ขอบเขตงานที่ครบ มาตรฐานที่ชัดเจน ผลงานที่ยืนยันได้ และ Commissioning Certificate ที่แสดงหลักฐานครบถ้วน คือ สิ่งที่แสดงว่า ผู้รับเหมาระบบก๊าซโรงพยาบาล รายนั้นทำงานได้จริงและรับผิดชอบต่อผลลัพธ์
คำถามที่พบบ่อย
บริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ต้องมีใบอนุญาตหรือใบรับรองอะไรบ้าง?
ในประเทศไทยยังไม่มีใบอนุญาตเฉพาะสำหรับ Medical Gas Contractor เหมือนในสหรัฐอเมริกา (ASSE 6010) อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม บริษัทที่น่าเชื่อถือควรมีหลักฐานแสดงประสบการณ์จริง เช่น ผลงานอ้างอิงในโรงพยาบาล ใบรับรองการทดสอบ Commissioning ของโครงการที่ผ่านมา และทีมวิศวกรที่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (กว.) ควรตรวจสอบกับหน่วยงานกำกับดูแลสถานพยาบาลในพื้นที่ด้วย
Medical Gas System Installation ใช้เวลานานเท่าไหร่และต้องวางแผนล่วงหน้าแค่ไหน?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดโครงการ คลินิกหรือโรงพยาบาลขนาดเล็ก (ไม่เกิน 50 เตียง) อาจใช้เวลา 4–8 สัปดาห์ ส่วนโรงพยาบาลขนาดกลาง-ใหญ่ที่ต้องเดินท่อหลายชั้นอาจใช้ 3–6 เดือนหรือมากกว่า ควรเริ่มวางแผนและคัดเลือก Medical Gas Contractor ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบอาคาร เพื่อให้สามารถเดินท่อพร้อมกับงานโครงสร้างได้ ซึ่งประหยัดต้นทุนและเวลาได้อย่างมาก
สามารถใช้ผู้รับเหมา MEP ทั่วไปแทน Medical Gas Contractor เฉพาะทางได้ไหม?
ไม่แนะนำ เพราะงานระบบโรงพยาบาลด้าน Medical Gas มีข้อกำหนดที่แตกต่างจากงานท่อทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านความสะอาดของท่อ (Nitrogen Purging), ระบบทดสอบ (Commissioning 7 ขั้นตอน), ข้อกำหนดวัสดุ (Medical Grade Copper), และมาตรฐาน Non-Interchangeable ของหัวต่อ ผู้รับเหมา MEP ทั่วไปที่ไม่มีประสบการณ์เฉพาะด้านนี้อาจทำให้ระบบไม่ผ่าน Commissioning Testing ซึ่งอาจต้องแก้ไขหรือรื้อในส่วนที่บกพร่องใหม่ ทำให้เสียทั้งเวลาและต้นทุนเพิ่มขึ้น
หากระบบก๊าซเดิมมีปัญหา จำเป็นต้องรื้อทั้งหมดหรือสามารถซ่อมบำรุงได้?
ขึ้นอยู่กับลักษณะและขอบเขตของปัญหา ปัญหาเฉพาะจุด เช่น วาล์วรั่ว หัว Outlet ชำรุด หรือ Alarm ขัดข้อง มักสามารถซ่อมแซมได้โดยไม่ต้องรื้อระบบทั้งหมด แต่หากพบว่าท่อมีสิ่งปนเปื้อน, มีการต่อสลับชนิดก๊าซ (Cross-Connection), หรือวัสดุไม่ได้มาตรฐาน Medical Grade อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนท่อในส่วนที่บกพร่อง แนะนำให้ว่าจ้างบริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ประเมินระบบก่อน เพื่อวางแผนการแก้ไขอย่างเป็นระบบและคุ้มค่าที่สุด
บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง
- ระบบก๊าซห้องผ่าตัด ออกแบบอย่างไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนติดตั้งในโรงพยาบาล
- Medical Gas Pipeline System คืออะไร? ส่วนประกอบ และประโยชน์ สำหรับโรงพยาบาล
- ดูสินค้าระบบก๊าซทางการแพทย์ทั้งหมด
สนใจติดตั้งหรือปรึกษาระบบก๊าซทางการแพทย์? ติดต่อทีมงาน Two Brothers Medical เพื่อขอคำปรึกษาและใบเสนอราคา


