ประเด็นสำคัญ
- TOR ระบบก๊าซทางการแพทย์ กำหนดขอบเขตงาน คุณลักษณะเฉพาะ และเกณฑ์ตรวจรับ ส่วน BOQ แจกแจงรายการและปริมาณวัสดุของงานเดียวกัน เอกสารทั้งสองชุดใช้คู่กันตั้งแต่ขั้นตั้งงบประมาณจนถึงขั้นตรวจรับงาน
- TOR ต้องระบุชื่อมาตรฐานพร้อมฉบับปีที่ใช้ตรวจรับ เช่น NFPA 99 หรือ HTM 02-01 เพราะแต่ละฉบับกำหนดแรงดันทดสอบ ระยะเวลา และเกณฑ์ผ่านต่างกัน
- BOQ ระบบก๊าซทางการแพทย์แยกได้เป็น 6 หมวด คือ ต้นกำเนิดก๊าซ ระบบท่อและวาล์ว ระบบควบคุมและสัญญาณเตือน หัวจ่ายปลายทาง การทดสอบ และเอกสารกับการอบรม
- เกณฑ์ทดสอบใน TOR ควรระบุแรงดัน ระยะเวลา ก๊าซที่ใช้ทดสอบ และเกณฑ์ผ่านให้ครบถ้วน เช่น HTM 02-01 ทดสอบท่อช่วงที่ยังไม่ติดตั้งหัวจ่ายด้วยไนโตรเจนที่ 1,000 kPa สำหรับระบบ 400 kPa นานอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
- หน่วยงานของรัฐต้องกำหนดคุณลักษณะเฉพาะตามมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งห้ามกำหนดให้ใกล้เคียงกับสินค้าของยี่ห้อหนึ่งโดยเฉพาะ
การจัดทำเอกสาร TOR ระบบก๊าซทางการแพทย์ เป็นจุดเริ่มต้นที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและการใช้งบประมาณของโรงพยาบาล เพราะระบบท่อส่งก๊าซทางการแพทย์จ่ายออกซิเจนและก๊าซอื่นให้ผู้ป่วยวิกฤตโดยตรง หากขอบเขตงานและข้อกำหนดเขียนไว้กว้างหรือไม่ระบุมาตรฐานที่ใช้ตรวจรับ การประกวดราคาจะเปรียบเทียบข้อเสนอได้ยาก และเกิดข้อโต้แย้งตอนตรวจรับงานงวดสุดท้าย
บทความนี้เขียนสำหรับวิศวกรโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อที่กำลังเตรียมโครงการติดตั้งหรือปรับปรุงระบบก๊าซทางการแพทย์ (หลายโรงพยาบาลเรียกว่าระบบแก๊สทางการแพทย์) ทีมวิศวกรของ Two Brothers Medical มีประสบการณ์ในงานระบบก๊าซทางการแพทย์มากกว่า 15 ปี เนื้อหาเป็นแนวทางทางเทคนิคสำหรับร่างขอบเขตงานและจัดหมวด BOQ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างให้ยึดระเบียบของหน่วยงานเป็นหลัก
BOQ กับ TOR ระบบก๊าซทางการแพทย์ต่างกันอย่างไร ?

เอกสาร BOQ กับ TOR ระบบก๊าซทางการแพทย์ ใช้กับงานเดียวกันแต่ตอบคนละคำถาม TOR บอกว่าต้องทำงานอะไร ด้วยคุณภาพและมาตรฐานแบบไหน และตรวจรับด้วยเกณฑ์อะไร ส่วน BOQ บอกว่างานนั้นประกอบด้วยรายการอะไร จำนวนเท่าไร และหน่วยนับคืออะไร เพื่อใช้คำนวณราคาและตรวจนับของที่ติดตั้งจริง
| มิติการเปรียบเทียบ | เอกสาร TOR (Terms of Reference) | เอกสาร BOQ (Bill of Quantities) |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์หลัก | กำหนดขอบเขต คุณลักษณะเฉพาะ และเกณฑ์ตรวจรับ | แจกแจงรายการวัสดุ อุปกรณ์ และงานติดตั้งพร้อมปริมาณ |
| รายละเอียดที่ระบุ | สเปกอุปกรณ์ มาตรฐานที่ใช้อ้างอิงพร้อมฉบับปี และเกณฑ์ทดสอบ | จำนวนหัวจ่าย ขนาดและความยาวท่อ และหน่วยนับของแต่ละรายการ |
| ผู้มีหน้าที่จัดทำ | คณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงานร่วมกับวิศวกรโรงพยาบาล | วิศวกรผู้ออกแบบหรือผู้ถอดแบบ |
| ช่วงเวลาการใช้งาน | ใช้ตั้งแต่ขออนุมัติโครงการ ประกวดราคา จนถึงตรวจรับงาน | ใช้คำนวณราคากลาง เปรียบเทียบราคาที่เสนอ และตรวจปริมาณงานแต่ละงวด |
| บทบาทตอนตรวจรับ | ใช้ตัดสินว่างานผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ | ใช้ตรวจนับของที่ติดตั้งจริงหน้างานให้ตรงตามสัญญา |
ถ้าแยกหน้าที่ของเอกสารทั้งสองชุดตั้งแต่เริ่มโครงการ คณะกรรมการจะเขียนเงื่อนไขได้ครบถ้วน ผู้ยื่นข้อเสนอเตรียมรายการได้ตรงกัน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจงานหน้างานได้ตามข้อเท็จจริง
เอกสาร TOR และ BOQ ถูกนำมาใช้งานในขั้นตอนไหนของโครงการ ?
เอกสาร TOR และ BOQ ถูกใช้ต่อเนื่องตลอดโครงการวิศวกรรมของโรงพยาบาล แบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน
- ขั้นตอนขออนุมัติงบประมาณและจัดทำราคากลาง วิศวกรโรงพยาบาลสำรวจพื้นที่และถอดแบบลงตาราง BOQ เพื่อรวบรวมรายการวัสดุ แล้วนำไปสืบราคาตามระเบียบพัสดุเพื่อตั้งกรอบวงเงิน
- ขั้นตอนประกวดราคาและคัดเลือกผู้รับจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนออ่านเงื่อนไขใน TOR เพื่อเตรียมข้อเสนอด้านเทคนิค และเสนอราคาตามรายการใน BOQ เพื่อให้คณะกรรมการเปรียบเทียบข้อเสนอแต่ละรายได้ในรูปแบบเดียวกัน
- ขั้นตอนควบคุมงานติดตั้งและตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงานใช้ BOQ ระบบก๊าซทางการแพทย์ตรวจนับหัวจ่ายและแนวท่อหน้างาน ส่วนคณะกรรมการตรวจรับพัสดุใช้ TOR ตรวจผลทดสอบระบบก่อนรับมอบงานงวดสุดท้าย
TOR ระบบก๊าซทางการแพทย์ ควรกำหนดหัวข้ออะไรบ้าง ?

TOR ระบบก๊าซทางการแพทย์ควรมีหัวข้อครอบคลุมตั้งแต่ขอบเขตงาน มาตรฐานที่ใช้อ้างอิง ชนิดก๊าซและจำนวนจุดใช้งาน อุปกรณ์ต้นกำเนิดก๊าซ การทดสอบก่อนรับมอบ เอกสารส่งมอบ จนถึงการอบรมผู้ใช้งาน การเรียงหัวข้อตามลำดับนี้ช่วยให้ผู้ยื่นข้อเสนอและคณะกรรมการตรวจรับอ้างอิงข้อกำหนดแต่ละส่วนได้ตรงกัน
การกำหนดขอบเขตของงานและพื้นที่ติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์
ข้อกำหนดส่วนแรกต้องระบุว่างานครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น งานจัดหาอุปกรณ์ งานติดตั้งระบบท่อ งานรื้อถอนระบบเดิม หรืองานเชื่อมต่อเข้ากับระบบท่อเดิมของอาคาร ถ้ามีงานต่อเติมหรือรื้อระบบเดิม ให้ดูข้อกำหนดเพิ่มเติมในหัวข้อคำถามที่พบบ่อยด้านล่าง
ขณะเดียวกัน ต้องระบุชื่ออาคาร ชั้น และแผนกที่ต้องเข้าทำงาน เช่น ห้องผ่าตัด หอผู้ป่วยวิกฤต หอผู้ป่วยสามัญ หรือห้องฉุกเฉิน พร้อมเงื่อนไขการประสานงานกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อไม่ให้งานติดตั้งกระทบการดูแลผู้ป่วย
การระบุมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงพร้อมฉบับปี
TOR ต้องระบุชื่อมาตรฐานพร้อมฉบับปีที่ใช้ออกแบบ ติดตั้ง และตรวจรับ มาตรฐานที่ใช้บ่อยคือ NFPA 99 ของสหรัฐอเมริกา และ HTM 02-01 ของ NHS England ซึ่งข้อ 15.67 อ้าง ISO 7396-1 เป็นเกณฑ์การผลิตท่อและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
ถ้า TOR อ้างมากกว่าหนึ่งฉบับ ต้องระบุว่าเมื่อข้อกำหนดขัดกันให้ยึดฉบับไหน เพราะแต่ละฉบับกำหนดแรงดันทดสอบและเกณฑ์ผ่านต่างกัน รายละเอียดของแต่ละฉบับอ่านต่อได้ในบทความมาตรฐานระบบก๊าซทางการแพทย์
การกำหนดชนิดก๊าซทางการแพทย์และจำนวนจุดจ่ายปลายทาง
TOR ต้องระบุชนิดก๊าซที่ใช้ในแต่ละพื้นที่ของโรงพยาบาล เช่น ออกซิเจน ไนตรัสออกไซด์ Medical Air สำหรับผู้ป่วยแรงดัน 400 kPa หรือ 4 bar (MA4) ลมขับเครื่องมือผ่าตัดแรงดัน 700 kPa หรือ 7 bar (SA7) ระบบสุญญากาศ และระบบกำจัดก๊าซยาสลบ (AGSS) ตามแรงดันระบุของ HTM 02-01
พร้อมกันนี้ ต้องมีตารางจำนวนหัวจ่ายของแต่ละห้องแยกตามชนิดก๊าซ ให้ตรงกับแบบสถาปัตยกรรมและการจัดวางเตียงผู้ป่วย ตารางนี้คือตัวเชื่อมระหว่าง TOR กับรายการหัวจ่ายใน BOQ
ข้อกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ต้นกำเนิดก๊าซทางการแพทย์
อุปกรณ์ในห้องเครื่องเป็นต้นทางของระบบทั้งหมด TOR ต้องระบุสเปกของเครื่องแต่ละชุด สำหรับชุดผลิต Medical Air ให้ระบุชนิดเครื่องอัดอากาศ ชุดทำลมแห้ง ไส้กรอง และค่าคุณภาพอากาศที่ต้องได้ HTM 02-01 ข้อ 7.34 ถึง 7.35 แนะนำให้พิจารณาเครื่องชนิดไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่น เพราะลดงานกรองและความเสี่ยงที่น้ำมันปนเปื้อน แต่ยอมให้ใช้ชนิดใช้น้ำมันหล่อลื่นได้ถ้าคุณภาพอากาศผ่านเกณฑ์ ถ้าโรงพยาบาลต้องการเฉพาะชนิดไม่ใช้น้ำมัน ต้องเขียนไว้ใน TOR ให้ชัด
สำหรับระบบสุญญากาศ ต้องระบุจำนวนและขนาดปั๊ม ความจุถังพัก และชุดกรองแบคทีเรีย ส่วนชุดจ่ายก๊าซจากถังหรือ Manifold ให้ระบุว่าเป็นชนิดสลับถังอัตโนมัติ (Automatic Changeover Manifold) เพื่อให้ก๊าซจ่ายต่อเนื่องเมื่อถังชุดหนึ่งหมด
เกณฑ์การทดสอบระบบและการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนส่งมอบ
การทดสอบแต่ละรายการใน TOR ควรระบุ 4 อย่าง คือแรงดันทดสอบ ระยะเวลา ก๊าซที่ใช้ทดสอบ และเกณฑ์ผ่าน ถ้าเขียนแค่ว่า “ทดสอบตามมาตรฐาน” ผู้รับจ้างกับคณะกรรมการตรวจรับอาจใช้ตัวเลขคนละชุด
- การทดสอบท่อช่วงที่ยังไม่ติดตั้งหัวจ่าย HTM 02-01 เรียกว่า Carcass Pressure Test ทดสอบเฉพาะท่อกับอุปกรณ์ชุดแรก โดยถอดหัวจ่าย สวิตช์แรงดัน และวาล์วนิรภัยออก ทดสอบด้วยไนโตรเจนที่แรงดัน 2.5 เท่าของแรงดันระบุ เช่น 1,000 kPa สำหรับระบบ 400 kPa และ 1,800 kPa สำหรับระบบ 700 kPa นานอย่างน้อย 2 ชั่วโมง แรงดันต้องลดน้อยกว่า 0.2 kPa สำหรับระบบ 400 kPa
- การทดสอบแรงดันครั้งแรกตาม NFPA 99 ฉบับ 2021 ข้อ 5.1.12.2.3.4 กำหนดแรงดันทดสอบ 1.5 เท่าของแรงดันใช้งาน แต่ไม่ต่ำกว่า 1,035 kPa (150 psi) และคงแรงดันไว้จนตรวจรอยต่อครบทุกจุด
- การทดสอบหลังติดตั้งหัวจ่าย ได้แก่ การทดสอบการต่อท่อสลับ (Cross-connection Test) การทดสอบสัญญาณเตือน การทดสอบฝุ่นในท่อ (Particulate Test) และการตรวจชนิดกับคุณภาพของก๊าซที่หัวจ่าย
TOR ควรกำหนดด้วยว่าใครเป็นผู้ทดสอบ ใครเป็นพยาน และต้องส่งผลทดสอบในแบบฟอร์มแบบไหน HTM 02-01 บันทึกการทดสอบแต่ละรายการในแบบฟอร์มชุด B และระบุผู้ที่ต้องร่วมในแต่ละการทดสอบ
ข้อกำหนดรายการเอกสาร As-Built Drawing และการอบรมผู้ใช้งาน
ก่อนรับมอบงานงวดสุดท้าย TOR ต้องกำหนดให้ผู้รับจ้างส่งแบบแสดงแนวท่อและตำแหน่งอุปกรณ์ที่ติดตั้งจริง หรือ As-Built Drawing ทั้งแบบพิมพ์และไฟล์ดิจิทัล HTM 02-01 ข้อ 19.289 กำหนดให้รับรองเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเปิดใช้ระบบว่าได้รับแบบและคู่มือครบถ้วนตามสัญญา และ As-Built Drawing ถูกต้อง
TOR ควรระบุให้ผู้รับจ้างส่งคู่มือการใช้งานและการบำรุงรักษา และจัดอบรมเจ้าหน้าที่พยาบาล ช่างเทคนิค และวิศวกรของโรงพยาบาล พร้อมกำหนดจำนวนรอบและกลุ่มผู้เข้าอบรมไว้ให้ชัด
BOQ ระบบก๊าซทางการแพทย์ ควรแยกหมวดรายการอะไรบ้าง ?

BOQ ระบบก๊าซทางการแพทย์ควรแยกหมวดตามเส้นทางของก๊าซ ตั้งแต่ห้องเครื่องจนถึงหัวจ่ายข้างเตียง แล้วตามด้วยงานทดสอบและเอกสาร การแยกแบบนี้ทำให้ถอดแบบ เปรียบเทียบราคาที่เสนอ และตรวจรับงานทีละส่วนได้
บทความนี้แบ่ง BOQ เป็น 6 หมวด ถ้าหน่วยงานมีแบบฟอร์ม BOQ ของตัวเองอยู่แล้ว ให้ใช้ 6 หมวดนี้เป็นรายการตรวจว่าไม่มีส่วนไหนตกหล่น
หมวดงานระบบต้นกำเนิดก๊าซทางการแพทย์ (Gas Plants)
หมวดนี้รวมอุปกรณ์ในห้องเครื่องและสถานีจ่ายก๊าซส่วนกลาง ได้แก่ ชุดผลิต Medical Air ชุดผลิตสุญญากาศ ชุดกำจัดก๊าซยาสลบ และชุด Manifold ออกซิเจนหรือไนตรัสออกไซด์
แต่ละรายการควรระบุจำนวนเครื่อง ขนาดมอเตอร์ ขนาดถังพัก ชุดกรองและชุดทำลมแห้ง และระบบสลับการทำงานอัตโนมัติของเครื่องแต่ละชุด
หมวดงานระบบท่อส่งก๊าซและวาล์วตัดตอน (Piping and Valves)
หมวดนี้ครอบคลุมท่อทองแดงไร้ตะเข็บที่ผ่านการทำความสะอาดสำหรับงานออกซิเจนจากโรงงาน เช่น ท่อตาม ASTM B819 (Seamless Copper Tube for Medical Gas Systems) Type K หรือ Type L หรือท่อตาม BS EN 13348 ที่ HTM 02-01 ข้อ 15.71 อ้าง
รายการในหมวดนี้แจกแจงตามขนาดท่อ ความหนาผนังท่อ ข้อต่อที่ผ่านการล้างคราบไขมัน วาล์วตัดตอนประจำชั้น และกล่องวาล์วควบคุมพื้นที่ (AVSU) ของแต่ละแผนก
หมวดงานระบบควบคุมและสัญญาณเตือนภัย (Gas Control and Alarms)
หมวดนี้รวมแผงควบคุมกับอุปกรณ์เตือนเมื่อแรงดันในท่อผิดปกติ แยกรายการได้ดังนี้
- แผงเตือนหลัก (Master Alarm Panel) ประจำห้องวิศวกรรมหรือจุดที่มีเจ้าหน้าที่ประจำตลอดเวลา
- แผงเตือนประจำพื้นที่ (Area Alarm Panel) ติดตั้งในพื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำ เช่น เคาน์เตอร์พยาบาล
- เซนเซอร์วัดแรงดันก๊าซ (Pressure Transducer)
- ตู้ควบคุมแรงดันก๊าซ (Gas Control Panel) สำหรับห้องผ่าตัด
หมวดงานอุปกรณ์จ่ายก๊าซปลายทางและชุดหัวเตียง (Terminal Units)
หมวดนี้รวมหัวจ่ายก๊าซทุกชนิดที่ติดตั้งในห้องตรวจ ห้องผ่าตัด และห้องพักผู้ป่วย แต่ละรายการต้องระบุระบบหัวเสียบให้ตรงกับอุปกรณ์ที่โรงพยาบาลใช้อยู่ เช่น Ohmeda, Chemetron หรือ Puritan Bennett เพราะหัวเสียบต่างระบบใช้ร่วมกันไม่ได้
หมวดนี้ยังครอบคลุมอุปกรณ์เสริม เช่น รางจ่ายก๊าซและไฟฟ้าเหนือหัวเตียง (Bedhead Unit) และ Medical Pendant แบบห้อยเพดานสำหรับห้องผ่าตัดและห้อง ICU
หมวดงานทดสอบและตรวจสอบระบบก่อนส่งมอบ (Testing and Commissioning)
หมวดนี้เป็นรายการงานบริการที่ต้องใช้ตอนตรวจรับระบบ เช่น การจัดหาไนโตรเจนสำหรับเป่าล้างท่อและทดสอบแรงดัน การทดสอบการต่อท่อสลับ การทดสอบฝุ่นในท่อ การตรวจชนิดและคุณภาพของก๊าซ
รวมถึงการจัดทำรายงานผลทดสอบทุกรายการก่อนเปิดใช้ระบบ การแยกเป็นหมวดเฉพาะทำให้ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องเสนอราคางานทดสอบให้ครบถ้วนเท่ากัน
หมวดงานส่งมอบเอกสาร แบบก่อสร้างจริง และการฝึกอบรม (Documentation and Training)
หมวดสุดท้ายครอบคลุมการจัดทำแบบก่อสร้างจริงตามแนวท่อที่ติดตั้งเสร็จ ทั้งไฟล์แบบและเอกสารรูปเล่ม
รวมถึงคู่มือการใช้งาน ขั้นตอนการบำรุงรักษาประจำปี และการอบรมการใช้งานระบบกับการรับมือเหตุฉุกเฉินให้บุคลากรของโรงพยาบาล
จุดบกพร่องในเอกสาร TOR ระบบก๊าซทางการแพทย์ที่พบบ่อยตอนตรวจรับมอบงาน
จุดบกพร่องใน TOR ระบบก๊าซทางการแพทย์ที่ทำให้ตรวจรับงานงวดสุดท้ายไม่ได้ มักเกิดจากข้อกำหนดที่เขียนกว้างเกินไป หรือไม่ได้ระบุเกณฑ์ทดสอบที่วัดได้ ตารางนี้สรุปจุดที่พบบ่อย ผลกระทบ และสิ่งที่ควรเขียนใน TOR แทน
| จุดบกพร่องที่พบบ่อยใน TOR | ผลกระทบต่อการตรวจรับงาน | สิ่งที่ควรระบุใน TOR |
|---|---|---|
| ไม่ระบุเกณฑ์ทดสอบแรงดัน | ผู้รับจ้างเลือกแรงดันและระยะเวลาเอง หรือทดสอบด้วยเครื่องอัดอากาศทั่วไป | มาตรฐานที่ใช้ แรงดัน ระยะเวลา ก๊าซที่ใช้ทดสอบ และเกณฑ์ผ่าน |
| อ้างหลายมาตรฐานโดยไม่บอกว่ายึดฉบับไหน | ผู้รับจ้างกับคณะกรรมการใช้เกณฑ์ทดสอบคนละชุด | มาตรฐานหลักพร้อมฉบับปี และลำดับการใช้เมื่อข้อกำหนดขัดกัน |
| ระบุแค่ “ท่อทองแดงมาตรฐาน” | ได้ท่อที่ไม่ได้ทำความสะอาดสำหรับงานออกซิเจน | มาตรฐานท่อ และเอกสารยืนยันการทำความสะอาดจากผู้ผลิต |
| ไม่ผูกเงื่อนไขส่งมอบ As-Built Drawing | ได้แบบที่ไม่ตรงกับแนวท่อจริง ทำให้ซ่อมบำรุงยาก | ผูกการเบิกจ่ายงวดสุดท้ายกับการส่งแบบ คู่มือ และการอบรม |
การไม่ระบุเกณฑ์การทดสอบแรงดันและการรั่วซึมให้ชัดเจน
ถ้า TOR ไม่ระบุแรงดัน ระยะเวลา และก๊าซที่ใช้ทดสอบ ผู้รับจ้างอาจทดสอบเพียงช่วงสั้น หรือใช้เครื่องอัดอากาศทั่วไปอัดลมเข้าท่อ ซึ่งพาความชื้นและสิ่งปนเปื้อนเข้าไปค้างในท่อ HTM 02-01 ข้อ 19.110 กำหนดให้ทดสอบด้วยไนโตรเจน และข้อ 19.112 ห้ามใช้เครื่องอัดอากาศแบบเคลื่อนย้ายที่ไม่ได้ทำไว้สำหรับงานทางการแพทย์
ตัวเลขของแต่ละมาตรฐานต่างกัน HTM 02-01 ทดสอบท่อช่วงที่ยังไม่ติดตั้งหัวจ่ายที่ 2.5 เท่าของแรงดันระบุ นานอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และขยายเป็น 24 ชั่วโมงเมื่อไม่มั่นใจความแม่นยำของเครื่องวัด ส่วน NFPA 99 ทดสอบแรงดันครั้งแรกที่ 1.5 เท่าของแรงดันใช้งานแต่ไม่ต่ำกว่า 150 psi TOR จึงต้องเลือกมาตรฐานหลักแล้วเขียนตัวเลขของฉบับนั้นลงไปตรง ๆ
การละเลยข้อกำหนดเรื่องเอกสารรับรองมาตรฐานวัสดุและอุปกรณ์
ข้อโต้แย้งตอนตรวจรับงานหลายครั้งเกิดจาก TOR ที่เขียนแค่ “ท่อทองแดงมาตรฐาน” โดยไม่ระบุมาตรฐานท่อและเอกสารรับรอง ผู้รับจ้างจึงอาจใช้ท่อทองแดงของงานทั่วไปที่ยังมีคราบไขมันจากการผลิต ซึ่งไม่ควรอยู่ในท่อที่จ่ายออกซิเจน
HTM 02-01 ข้อ 15.71 กำหนดให้ท่อทุกเส้นผ่านการทำความสะอาดและล้างคราบไขมันสำหรับงานออกซิเจน ปลอดฝุ่นและสารตกค้างที่เป็นพิษตาม BS EN 13348 ปิดหัวท้ายทุกเส้น และส่งถึงหน้างานโดยระบุว่าเป็นท่อก๊าซทางการแพทย์ TOR ควรเขียนเงื่อนไขเดียวกันนี้ และกำหนดให้ส่งเอกสารรับรองจากผู้ผลิตก่อนเริ่มติดตั้ง
การไม่ระบุเงื่อนไขการส่งมอบ As-Built Drawing และคู่มือบำรุงรักษา
การใช้ระบบก๊าซทางการแพทย์ในระยะยาวขึ้นกับความถูกต้องของเอกสารหลังส่งมอบ ถ้า TOR ไม่ผูกการจ่ายเงินงวดสุดท้ายกับเอกสารเหล่านี้ โรงพยาบาลอาจได้เพียงแบบร่างที่ไม่ตรงกับแนวท่อจริง เมื่อต้องเจาะผนังหรือต่อเติมอาคารในภายหลังจะหาแนวท่อได้ยาก HTM 02-01 ข้อ 15.58 ระบุว่าท่อที่จำเป็นต้องฝังในผนังหรือพื้นต้องแสดงแนวไว้ใน As-Built Drawing
TOR ที่ดีควรกำหนดว่าการเบิกจ่ายงวดสุดท้ายทำได้เมื่อผู้รับจ้างส่ง As-Built Drawing ทั้งแบบพิมพ์และไฟล์ดิจิทัล คู่มือการใช้งานและการบำรุงรักษา และจัดอบรมเจ้าหน้าที่ครบถ้วนแล้ว
สรุป
TOR ระบบก๊าซทางการแพทย์ ที่ตรวจรับได้จริงต้องระบุขอบเขตงาน มาตรฐานพร้อมฉบับปี ชนิดก๊าซและจำนวนหัวจ่าย สเปกอุปกรณ์ต้นกำเนิดก๊าซ เกณฑ์ทดสอบที่มีตัวเลขครบทั้งแรงดัน ระยะเวลา และเกณฑ์ผ่าน จนถึงเอกสารส่งมอบและการอบรม ส่วน BOQ ที่แยกเป็น 6 หมวดตามเส้นทางของก๊าซช่วยให้เปรียบเทียบข้อเสนอและตรวจนับงานหน้างานได้ทีละส่วน
ทีมวิศวกรของ Two Brothers Medical มีประสบการณ์ในงานระบบก๊าซทางการแพทย์มากกว่า 15 ปี ให้บริการออกแบบ ติดตั้ง และซ่อมบำรุงระบบก๊าซทางการแพทย์ หากโรงพยาบาลกำลังเตรียมโครงการและต้องการปรึกษาเรื่องข้อกำหนดทางเทคนิค ติดต่อทีมวิศวกรของเราเพื่อขอคำปรึกษาได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ TOR และ BOQ ระบบก๊าซทางการแพทย์
คณะกรรมการจัดทำร่าง TOR ควรมีบุคลากรตำแหน่งอะไรบ้าง ?
คณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงานควรมีบุคลากรจากหลายฝ่าย เพื่อให้ข้อกำหนดครอบคลุมทั้งงานวิศวกรรม ระเบียบพัสดุ และการใช้งานจริงทางคลินิก
- วิศวกรโรงพยาบาลหรือนายช่าง ดูแลสเปกอุปกรณ์ มาตรฐานที่ใช้อ้างอิง และเกณฑ์ทดสอบ
- เจ้าหน้าที่พัสดุหรือฝ่ายจัดซื้อ ดูแลความถูกต้องตามระเบียบพัสดุและกรอบเวลาประกวดราคา
- ตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์หรือพยาบาลหัวหน้าหอผู้ป่วย ระบุจำนวนหัวจ่ายและความต้องการใช้งานหน้างาน
TOR ควรกำหนดคุณสมบัติด้านผลงานของผู้ยื่นข้อเสนออย่างไร ?
ระยะเวลาย้อนหลังและมูลค่าขั้นต่ำของผลงานเป็นเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนดในเอกสารประกวดราคาของแต่ละโครงการ ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกโครงการ ด้านเทคนิค TOR ควรขอผลงานระบบก๊าซทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่ทดสอบและส่งมอบแล้ว และกำหนดคุณสมบัติของวิศวกรที่ควบคุมงาน เกณฑ์อื่นที่ใช้เลือกบริษัทติดตั้งอ่านต่อได้ในบทความวิธีเลือกบริษัทติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์
TOR ระบบก๊าซทางการแพทย์ระบุยี่ห้อสินค้าได้หรือไม่ ?
สำหรับหน่วยงานของรัฐ มาตรา 9 ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ห้ามกำหนดคุณลักษณะเฉพาะให้ใกล้เคียงกับสินค้าของยี่ห้อหนึ่งหรือของผู้ขายรายหนึ่งโดยเฉพาะ ข้อยกเว้นคือพัสดุที่ตรงตามวัตถุประสงค์มียี่ห้อเดียว หรือต้องใช้อะไหล่ของยี่ห้อนั้น จึงระบุยี่ห้อได้
ถ้าหัวจ่ายใหม่ต้องใช้กับอุปกรณ์เดิมของโรงพยาบาล ให้เขียนเป็นข้อกำหนดเรื่องระบบหัวเสียบที่ต้องใช้ร่วมกันได้ แล้วปรึกษาเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงานว่าจะเขียนอย่างไรให้เป็นไปตามระเบียบ
งานต่อเติมหรือปรับปรุงระบบเดิม TOR ต้องเพิ่มอะไรบ้าง ?
งานที่แตะระบบเดิมเสี่ยงกว่างานติดตั้งใหม่ เพราะต้องตัดเข้าท่อที่จ่ายก๊าซให้ผู้ป่วยอยู่ HTM 02-01 กำหนดเรื่องที่ควรเขียนลงใน TOR ไว้หลายข้อ
- ประเมินความเสี่ยงและคำนวณอัตราการไหลก่อนเริ่มงาน เพราะระบบเก่าอาจรับอัตราการไหลที่ใช้ในปัจจุบันไม่ได้ (ข้อ 15.16)
- งานแก้ไข ต่อเติม หรือบำรุงรักษาระบบเดิมต้องทำภายใต้ระบบใบอนุญาตทำงาน (Permit-to-Work) ของโรงพยาบาล (ข้อ 15.17)
- การตัดท่อเดิม ปิดปลายท่อ และรื้อท่อที่เลิกใช้ ต้องทำโดยผู้รับเหมาเฉพาะทางด้านก๊าซทางการแพทย์ ไม่ใช่ผู้รับเหมารื้อถอนทั่วไป (ข้อ 15.18)
- ส่วนที่ต่อเติมต้องแยกออกจากระบบเดิมจริงระหว่างทดสอบ (ข้อ 19.205)
โรงพยาบาลเอกชนต้องทำ TOR ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐหรือไม่ ?
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ใช้กับหน่วยงานของรัฐตามนิยามในมาตรา 4 เช่น ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โรงพยาบาลเอกชนจึงจัดซื้อตามระเบียบของตัวเอง ส่วนเนื้อหาทางเทคนิคในบทความนี้ ทั้งหัวข้อของ TOR หมวดของ BOQ และเกณฑ์ทดสอบ ใช้ได้กับทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
BOQ ระบบก๊าซทางการแพทย์ควรแยกรายการหัวจ่ายตามพื้นที่หรือตามชนิดก๊าซ ?
ควรแยกทั้งสองแบบ คือแยกตามพื้นที่ก่อน แล้วแยกชนิดก๊าซในแต่ละพื้นที่ การแยกตามพื้นที่ช่วยให้ผู้ควบคุมงานตรวจนับหัวจ่ายห้องต่อห้องได้ตรงกับแบบ และรู้ว่าแต่ละพื้นที่อยู่ใต้ AVSU ชุดไหน ส่วนการแยกตามชนิดก๊าซช่วยให้รวมยอดหัวจ่ายแต่ละชนิดไปเปรียบเทียบกับตารางจำนวนจุดใช้งานใน TOR ได้



